เอกนิติ ยืนยัน ยังคุมคลังต่อ เดินหน้าลุยคนละครึ่งพลัส เฟส2 ดันไทยพ้น"คนป่วยแห่งเอเชีย"
เอกนิติ ยืนยัน ยังคุมคลังต่อ เดินหน้าลุยคนละครึ่งพลัส เฟส2 คาด เริ่มได้หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ ดันเศรษฐกิจโตระยะยาว พ้นสภาพ "คนป่วยแห่งเอเชีย"
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหารคลัง กล่าวภายหลังการเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม APRACA Regional Policy Forum (RPF) ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพจัดงานเสร็จสิ้น ถึงนโยบายที่จะดำเนินการต่อหลักจากทราบผลการเลือกตั้งว่าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
โดยระบุว่า การดําเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งสำคัญของการดำเนินนโยบายคือเน้นความต่อเนื่อง
โดยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา นโยบายที่เน้นคือ Quick Big Win แต่หลังจากนี้ต้องไปเน้น Big Win เพื่อต่อยอดให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
วันนี้เศรษฐกิจไทยต้องการ การกระตุ้นสั้น ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่คนทุกกลุ่ม ทั้งในระดับ SME ระดับชุมชน และระดับธุรกิจ และที่สำคัญคือจะเน้นด้านการลงทุนให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย
"สำหรับปี 2569 จะเน้นไปที่การลงทุน โดยรัฐบาลตั้งใจให้เป็นปีแห่งการลงทุน เฉพาะการลงทุนที่จะช่วยยกระดับทุนมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ"
นายเอกนิติ กล่าวว่า นโยบายที่จะเร่งสานต่อคือจะเร่งรัดการลงทุนมูลค่า 4.8 แสนล้านบาท ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI มาแล้ว ตามโครงการ Thailand Fastpass ให้เกิดการลงทุนจริงเร็วขึ้นในปีนี้
ขณะเดียวกัน ก็จะเร่งยกระดับการท่องเที่ยวของไทย โดยเพิ่มการลงทุนให้เป็นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น หรือ การท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม เช่น การส่งเสริมธุรกิจด้านเวลล์เนส เป็นต้น ควบคู่ไปกับการยกระดับ ภาคการเกษตรของไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในเรื่องกานเพาะปลูก และพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีความพรีเมี่ยม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้
“จุดแข็งของประเทศไทย คือ สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก แต่ยังต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาอํานวยการผลิตเพื่อลดต้นทุน พัฒนาสู่สินค้าเกษตรพรีเมียม ซึ่งจะช่วยยกระดับให้อุตสาหกรรมอาหารให้เป็นที่ต้องต้องการในตลาดโลก และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ"
ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ เพื่อรอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยคาดว่าหากจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว โครงการดังกล่าวก็จะสามารถดำเนินการต่อได้เลย โดยการจัดทำโครงการรอบใหม่นี้จะเน้นไปที่การ พัฒนาทักษะให้กับร้านค้า และประชาชนที่ร่วมโครงการด้วย
ขณะที่ ส่วนการผลักดัน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นายเอกนิติ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลว่าสามารถจัดตั้งได้เมื่อไหร่ โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งก่อนการยุบสภาในแต่ละหน่วยงานได้จัดทําแผนงบประมาณปี 2570 ไว้แล้ว หากการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จก็อาจมีการปรับปรุงแผนเล็กน้อย แต่จะพยายามดําเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากไม่อยากให้การผลักดันงบประมาณหยุดชะงัก ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายได้ พร้อมกับคาดการณ์ว่าหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว งบประมาณอาจล่าช้า 2-3 เดือน หรือสามารถ บังคับใช้ได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือ ธันวาคม 2570
ทั้งนี้นายเอกนิติ ยืนยันว่า งบกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 1.4 แสนล้านบาท ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอโครงการให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กตต. นั้นจะเพียงพอกับการดูแลและกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากตนเองเป็นคนที่เข้าใจกลไกว่าควรทำอย่างไร จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำให้ตรงเป้าหมายที่วางไว้ได้ และการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน อย่าง โครงการ Thailand Fastpass ก็ไม่ได้ใช้งบประมาณใหม่ และ โครงการ SME Credit Boost ที่ผ่านการอนุมัติไปแล้วโดยการจัดตั้งกองทุนเพื่อค้ำประกันสินเชื่อสำหรับเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ SME ก็ไม่ได้ใช้งบประมาณใหม่เช่นกัน เป็นต้น
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเสร็จสิ้นในช่วงใดนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้ แต่ยืนยันว่า ตนเองจะยังคงได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามที่นายกรัฐมนตรีได้เคยประกาศไว้ในช่วงหาเสียง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB