ปลุกกระแส Drive Tourism ภาคตะวันออก ชูโมเดล “Gastronomad” คาดเงินสะพัดกว่า 45 ล้านบาท
ททท. ผนึกพันธมิตรปลุกกระแส Drive Tourism 9 จังหวัดภาคตะวันออก ชูโมเดล “Gastronomad” คาดเงินสะพัดกว่า 45 ล้านบาท ดันเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ชุมชนผ่าน “Multipler Effect”
นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังการเปิดตัวแคมเปญใหญ่ประจำปี “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ว่า ททท. ได้ร่วมมือกับเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network), บัตรเครดิตเคทีซี (KTC) และพันธมิตรด้านรถเช่า (Sixt Rent a Car) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวใน 9 จังหวัดภาคตะวันออก
ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ โดยเน้นกลยุทธ์ Drive Tourism หรือการขับรถเที่ยวที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง
โดยนางกนกกิตติกา กล่าวว่า ทิศทางการตลาดปีนี้ภายใต้แนวคิด “สีสันตะวันออก” จะมุ่งเน้นจุดขาย “สีสันสวรรค์นักกิน” โดยเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางจากการแค่ไปเช็กอินร้านดัง ให้เป็นการเดินทางเพื่อสัมผัส “วัฒนธรรมอาหาร” (Gastronomy) ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ผ่านแนวคิด Gastronomad Lifestyle ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทานอาหาร 3 มื้อ แต่รวมถึงคาเฟ่ ตลาดเช้า ตลาดเย็น และวัตถุดิบพื้นถิ่นที่มีอัตลักษณ์
ในแง่ของเศรษฐกิจ ททท. ตั้งเป้าหมายในช่วง เดือนมีนาคม – มิถุนายน 2569 นี้ ของการจัดโครงการ คาดการณ์ว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์ตามหารสชาติแห่งภาคตะวันออก กว่า 10,000 คน จะเกิดเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ระบบการท่องเที่ยวกว่า 45 ล้านบาท ซึ่งหัวใจสำคัญคือการสร้าง Multiplier Effect หรือตัวคูณทางเศรษฐกิจ ช่วยกระจายรายได้ไปยังร้านอาหารท้องถิ่น ตลาด ชุมชน ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ให้บริการ และผู้ประกอบการรายย่อยตลอดเส้นทาง
การกระจายรายได้รูปแบบนี้ เปรียบเสมือนการแตกแบงก์ย่อยระหว่างทางที่ดีที่สุด เพราะการใช้จ่ายไม่ได้จบแค่ที่ปลายทาง แต่กระจายไปสู่ปั๊มน้ำมัน ร้านค้าเล็กๆ และชุมชนตลอดเส้นทางที่นักท่องเที่ยวขับรถผ่าน
อย่างไรก็ตาม แคมเปญนี้ได้ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวตาม “อัตลักษณ์รสชาติ” (Flavour Identity) เพื่อให้นักเดินทางออกแบบทริปได้เอง อาทิ
สมุทรปราการ: “Gate to the Flavour Road” ผสมผสานเส้นทางจักรยานและอาหาร (Gourmet Cycling)
ฉะเชิงเทรา: “Bangpakong River Feast” รสชาติแห่งสายน้ำและความศรัทธา
ชลบุรี: “Seafood Capital & Coastal Living Paradise”
ระยอง: “Slow Coast & Fruit Valley”
ตราด: “Island-to-Table”
นอกจากนี้ นางกนกกิตติกา ยังแนะนำเส้นทางธรรมชาติสำหรับสายขับรถเที่ยว คือเส้นทาง “เขาใหญ่-ปราจีนบุรี” โดยแนะนำให้ใช้เส้นทางด่านเนินหอม ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์และมีโอกาสพบช้างป่า เป็นทางเลือกใหม่แทนเส้นทางสระบุรีเดิมๆ เพื่อเจาะกลุ่ม Corporate และกลุ่มครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนจริงจัง
สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงต้นปี 2569 นางกนกกิตติกา ยืนยันว่าภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์บวก โดยเฉพาะจังหวัดหลักอย่างชลบุรีและระยอง ส่วนพื้นที่ชายแดนอย่างสระแก้ว จันทบุรี และตราด ที่เคยได้รับผลกระทบจากคำเตือนการเดินทางของต่างชาติ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว และได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้าไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ล่าสุดมีสัญญาณบวกจากภาคเอกชน โดยสายการบิน Bangkok Airways ได้เตรียมเพิ่มเที่ยวบินเส้นทาง กรุงเทพฯ - ตราด จากเดิม 3 เที่ยวบิน เป็น 4 เที่ยวบินต่อวัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของศักยภาพพื้นที่และการกลับมาของนักท่องเที่ยว โดย ททท. วางเป้าการเติบโตของภูมิภาคตะวันออกไว้ที่ร้อยละ 4 สอดคล้องกับเป้าหมายภาพรวมของประเทศอีกด้วย
ด้านนางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิตเคทีซี (KTC) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโอกาสอันดีในการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น จากข้อมูลพบว่าจังหวัดชลบุรีมียอดการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้าติดอันดับ Top 3 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ ขณะที่ระยองติดอันดับ Top 5 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่สูงในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยในปีที่ผ่านมาตลาดภาคตะวันออกยังคงมีการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5%
นอกจากนี้ ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคยังยืนยันว่า หมวดการใช้จ่ายด้าน "การกิน" หรือ “อาหารและเครื่องดื่ม” เป็นหมวดที่ลูกค้าใช้จ่ายสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 หรือ 2 เสมอเมื่อออกเดินทางท่องเที่ยว การนำเรื่องอาหารถิ่นมาชูเป็นจุดเด่นในโครงการนี้จึงตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยทางพันธมิตรได้เตรียมสิทธิพิเศษ (Privilege) จากร้านอาหารและโรงแรมรวมกว่า 100 แห่ง ตลอดเส้นทาง 9 จังหวัด เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่พิเศษให้แก่ลูกค้าตลอดทั้งโครงการ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB