นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมิน! ราคาทองคำยังขาขึ้น แต่บรรยากาศซื้อขายตรุษจีนไม่คึกคัก
ตรุษจีนปี 69 บรรยากาศคึกคัก! กรมการค้าภายใน คุมเข้มป้ายราคาสินค้า–เครื่องชั่งร้านทอง ย่านเยาวราช ขณะที่ นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมิน! ราคาทองคำยังขาขึ้น แต่บรรยากาศซื้อขายตรุษจีนไม่คึกคัก เหตุราคาสูง-กำลังซื้อลดลง
นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการรักษาความเป็นธรรมทางการค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ณ ชุมชนเล่งบ๊วยเอี๊ยะ (ตรงข้ามตลาดเก่าเยาวราช) เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ โดยเน้นกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเปิดเผย พร้อมตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งร้านทองให้ผ่านการรับรองจากกรมการค้าภายใน เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ
โดยช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประชาชนเชื้อสายจีนนิยมจับจ่ายซื้อวัตถุดิบประกอบพิธีไหว้บรรพบุรุษ กรมการค้าภายในจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคในย่านการค้าสำคัญ เช่น ตลาดบริเวณเยาวราช ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต ตลาดบางขุนศรี ตลาดมีนบุรี ตลาดยอดพิมาน เป็นต้น เพื่อติดตามสถานการณ์ราคา ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคา เครื่องชั่ง การกักตุนสินค้า และการค้ากำไรเกินควรอย่างใกล้ชิด
จากติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 พบว่า ภาพรวมวัตถุดิบที่ใช้ในเทศกาลส่วนใหญ่มีราคาเฉลี่ยปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะอาหารสดหลายรายการ เช่น หมูเนื้อแดงอยู่ที่ 120–180 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 115–220 บาทต่อกิโลกรัม ไข่ไก่เบอร์ 3 อยู่ที่ 37–45 บาท/10 ฟอง จากปีก่อน 40–54 บาท/10 ฟอง ขณะที่เป็ดสดทั้งตัว (รวมเครื่องใน) มีบางช่วงราคาปรับสูงขึ้น อยู่ที่ 110–370 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 110–290 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของอาหารแห้ง พบว่าราคาเฉลี่ยหลายรายการปรับลดลง 4–33% อาทิ หมี่ซั่วอยู่ที่ 28–35 บาทต่อถุง จากปีก่อน 30–40 บาทต่อถุง เห็ดหอมจีนขนาดใหญ่ 320–600 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 400–700 บาทต่อกิโลกรัม
ด้านผักสดและผลไม้ ราคาปรับขึ้นลงตามฤดูกาลและคุณภาพสินค้า โดยหลายรายการเฉลี่ยลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่น ผักคะน้า 15–40 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–60 บาทต่อกิโลกรัม ผักกวางตุ้ง 15–35 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–50 บาทต่อกิโลกรัม กะหล่ำปลี 13–50 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–60 บาทต่อกิโลกรัม กล้วยหอมขนาดใหญ่ 120–150 บาทต่อหวี จากปีก่อน 100–200 บาทต่อหวี ขณะที่บางรายการ เช่น ผักกาดขาวปลี และส้มสายน้ำผึ้งบางขนาด มีการปรับเพิ่มขึ้นตามคุณภาพและขนาดสินค้า สำหรับอาหารสำเร็จรูปและเครื่องไหว้ พบว่าบางรายการปรับลดลง เช่น ไก่ต้มทั้งตัวอยู่ที่ 200–650 บาทต่อตัว จากปีก่อน 350–650 บาทต่อตัว ขนมเข่งอยู่ที่ 12–38 บาทต่อคู่ จากปีก่อน 20–38 บาทต่อคู่ และชุดไหว้เจ้าที่ขนาดใหญ่อยู่ที่ 170–190 บาทต่อชุด ลดลงจากปีก่อน 199 บาทต่อชุด แม้ว่ากระดาษเงิน–ทองบางประเภทจะปรับสูงขึ้นตามต้นทุน
ในส่วนของทองคำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีในวัฒนธรรมจีน และได้รับความนิยมซื้อขายในช่วงตรุษจีน กรมการค้าภายในได้กำชับร้านทองให้ใช้เครื่องชั่งที่ได้มาตรฐานและแสดงราคาซื้อ–ขายอย่างชัดเจน ผลการตรวจสอบในพื้นที่เยาวราชพบว่าร้านทองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เครื่องชั่งมีสภาพสมบูรณ์และน้ำหนักได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดทั่วประเทศปูพรมตรวจสอบร้านทอง ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลการเข้าตรวจสถานประกอบการ 1,231 แห่ง และตรวจเครื่องชั่งดิจิทัล 1,403 เครื่อง พบว่าส่วนใหญ่ถูกต้อง 1,365 เครื่อง และพบค่าความคลาดเคลื่อนเกินกฎหมายกำหนด 38 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สระบุรี อุดรธานี บุรีรัมย์ และตรัง ซึ่งทางกรมได้มีการดำเนินการตามกฎหมายโดยผูกบัตรห้ามใช้ทันที
ย้ำว่า ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท หากฉวยโอกาสขึ้นราคา มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับสูงสุด 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากใช้เครื่องชั่งที่คลาดเคลื่อนหรือดัดแปลง มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าเครื่องชั่งไม่เที่ยงตรง สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้ทันที
ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2567 ราคาทองคำปรับขึ้นประมาณ 28% และปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 65% ขณะที่ปี 2569 เพียงไม่ถึง 1 เดือนแรกก็เพิ่มขึ้นกว่า 20% แม้จะมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะ แต่ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ 2–3 ครั้งในปีนี้ ยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อแนวโน้มระยะยาว
ราคาทองปีนี้ ผันผวนมาก ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 29 มกราคม ปรับขึ้นมาบาทละ 19,500 บาท จากนั้นวันที่ 30 ก็ร่วงลงมาแรงกว่า 8,000 บาท เท่าที่ผมอยู่ในวงการค้าทองมา 70 ปี ไม่เคยเห็นราคาผันผวนขนาดนี้ แต่ปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่จบ ผมยังมองว่าระยะยาวเป็นขาขึ้น มีโอกาสเห็นทองทะลุ 90,000 บาทได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา และนักลงทุนต้องใช้เงินเย็นเท่านั้น
นายจิตติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถิติย้อนหลัง 40 ปี ราคาทองคำเฉลี่ยปรับขึ้นปีละ 8–9% ซึ่งยังถือว่าชนะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเงินฝาก แต่การลงทุนต้องไม่ใช้เงินกู้หรือการเก็งกำไรเกินตัว โดยเฉพาะการซื้อขายล่วงหน้าที่ใช้มาร์จิ้นต่ำ เพราะความผันผวนระดับวันละหลายพันถึงหมื่นบาท อาจทำให้ถูกบังคับปิดสถานะและขาดทุนหนักภายในไม่กี่วัน
ในส่วนบรรยากาศการซื้อขายช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ นายจิตติ มองว่า ไม่คึกคักเหมือนในอดีต เนื่องจากราคาทองอยู่ในระดับสูง กำลังซื้อของประชาชนลดลง และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยยอดซื้อทองรูปพรรณลดลงต่อเนื่อง เหลือสัดส่วนไม่ถึง 5% ของยอดขายรวม ขณะที่ ความต้องการส่วนใหญ่อยู่ที่ทองคำแท่ง เพื่อการลงทุนมากกว่า
ช่วงตรุษจีนปี 69 นี้ ไม่คึกคัก เพราะราคาทองแพงขึ้นมาก แม้จะปรับลงมาบางช่วงแต่เทียบกับปีก่อนยังสูงอยู่ ผู้บริโภคระดับกลางลงล่างซื้อไม่ไหว เมื่อก่อนเงินเดือนสองหมื่นยังซื้อได้หลายสลึง เดี๋ยวนี้เงินเดือนห้าหมื่นยังซื้อไม่ถึงบาท ยอดขายรูปพรรณลดลงเหลือไม่ถึง 5% ส่วนใหญ่ซื้อทองคำแท่งเพื่อลงทุน และแนวโน้มยอดขายช่วงตรุษจีนก็ลดลงต่อเนื่อง 3–4 ปีแล้ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB