"เอกนิติ" มองบวกระยะสั้น! ศาลตัดสินภาษีทรัมป์ สั่งทีมไทยแลนด์มอนิเตอร์ใกล้ชิด
เอกนิติ เผย ศาลสูงตัดสินภาษีทรัมป์ มองบวกระยะสั้น ชี้ 15% 150 วัน เป็นเรทที่ดีกว่าเดิม (เดิม 19%) ส่งผลดีกับการส่งออก ย้ำยังเดินหน้าเจรจาการค้าสหรัฐต่อ แต่ระยะยาวลุยเปิด FTA ให้มากที่สุด สั่งทีมไทยแลนด์มอนิเตอร์ใกล้ชิด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังจากที่ ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยด้วยมติ 6 ต่อ 3 ให้มาตรการภาษีแบบครอบคลุม (blanket tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บ “ภาษีทั่วโลก” 15% เป็นระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน
โดยได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้ว
ซึ่งจะเห็นว่าตลาดมีมุมมองเชิงบวกกับเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการกีดกันทางการค้าจะหยุดไป เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องมือจากเดิมที่เป็นลักษณะทั่วไปที่ปรับใช้กับทุกประเทศ มาเป็นเครื่องมือเฉพาะสินค้ากับเฉพาะรายประเทศ
ซึ่งในส่วนของไทย เปลี่ยนจากภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จาก 19% มาใช้ 15% เท่ากันทั้งโลก ซึ่งสำหรับไทยถือว่าดีขึ้น แม้จะเป็นมาตรการชั่วคราว แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นผลบวกต่อการส่งออกในระยะสั้นได้ และจะเป็นผลบวกเชิงเปรียบเทียบเพราะทุกประเทศได้เรทภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) เท่ากันหมด
อย่างไรก็ตาม ทีมไทยแลนด์จะยังคงดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อคว้าโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์สูงสุด
นอกจากนั้น ในช่วง 150 วัน ได้จัดทีมเพื่อมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับมาตรการที่จะถูกนำมาใช้ในภายหลัง ซึ่งต้องให้เวลาภาคเอกชนปรับตัว
สำหรับกลยุทธ์ระยะยาว นายเอกนิติ ยังคงพยายามผลักดันให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนทั้งการลงทุนภาครัฐ และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงเดินหน้าเปิดเจรจา FTA ให้ได้มากที่สุด
สิ่งที่เราเห็นมันไม่ต่างไปจากเดิมมาก ความกดดันทางการค้ายังมีอยู่ แต่วันนี้เห็นโอกาสอย่างชัดเจน การลงทุนเริ่มย้ายฐานมาลงทุนในไทย และอาเซียนมากขึ้น จึงได้มอบหมาย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ต้องรีบปลดล็อคการลงทุน ปลดล็อคกฎกติกาต่างๆ โดยเฉพาะนโยบาย BOI Fast Pass เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงได้รวดเร็วมากขึ้น
โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่าในปี2568 มีผู้สมัครขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 68% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดยนายเอกนิติ คาดหวังว่า เม็ดเงินลงทุนลงเหล่านี้จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ได้
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย นายเอกนิติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยขึ้นแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากผลของโมเมนตัมที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาส 4 ปี 2569
ตอนนี้ผมอยากให้เห็นความชัดเจนของรัฐบาล ผมมั่นใจว่านโยบายเรื่องการลงทุนที่เราตั้งใจให้เป็นปีแห่งการลงทุนจะทำให้ GDP ปี 2569 โตกว่า 2% ส่วนผลต่อส่งออกยังต้องติดตามแต่จากสถานการณ์ตอนนี้เชื่อว่าผลบวกออกมาแน่ในระยะสั้นเพราะอัตราภาษีลดลง นอกจากนี้ขีดความสามารถในการแข่งขันกลับมาเท่ากันทุกประเทศ
ส่วนปัจจัยบวกดังกล่าวจะทำให้เห็น GDP ไทยโตแตะ 3% ในปี 2569 ได้ง่ายขึ้นหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตอนนี้ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนโลก ความไม่แน่นอนของการค้าโลกและสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB