แรงงานไทย กว่า 8 หมื่นคน ในตะวันออกกลางยังปลอดภัย สั่ง ชะลอส่งแรงงานชุดใหม่
แรงงาน ประชุมด่วน ผลกระทบตะวันออกกลาง แรงงานไทยกว่า 8 หมื่นคนในพื้นที่ยังปลอดภัย ไม่ต้องอพยพ สั่งชะลอการจัดส่งแรงงานชุดใหม่ไปอิสราเอลทันที
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เรียกประชุมวอร์รูมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเหตุสู้รบ พร้อมยืนยันว่าได้เตรียมความพร้อมรองรับในทุกสถานการณ์
เบื้องต้นประเมินว่า เหตุการณ์สู้รบยังคงจำกัดอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบิน หรือพื้นที่ทางทหาร ยังไม่กระจายเป็นวงกว้าง และผลกระทบต่อพลเรือนยังมีจำกัด
ขณะที่แรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยการติดต่อสื่อสารยังทำได้มากกว่า 90% ยกเว้นบางช่วงเวลาในอิหร่านที่อาจติดต่อได้ไม่ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตและทำงานตามปกติ ยังไม่ต้องอพยพหรือเข้าศูนย์พักพิง ขณะที่กระทรวงแรงงานได้ให้หน่วยงานระดับจังหวัดลงพื้นที่พบครอบครัวแรงงาน เพื่อตรวจสอบข้อมูลและช่วยคลายความกังวล พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานในระดับจังหวัดให้ญาติสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้โดยตรง
ในเชิงแผนรับมือ กระทรวงแรงงานแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สถานการณ์คงที่ สถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น สถานการณ์ยืดเยื้อ และระยะฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ โดยยอมรับว่าแต่ละประเทศอาจอยู่คนละระดับ และต้องใช้มาตรการแตกต่างกัน
ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 70,000–80,000 คน โดยอยู่ในอิสราเอลมากที่สุดราว 58,000 คน รองลงมาคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณ 12,000 คน ที่เหลืออยู่ในประเทศอื่นในระดับหลักพันและหลักร้อย โดยยืนยันว่าทั้งหมดยังปลอดภัย
สำหรับแผนอพยพ รัฐบาลได้เตรียมร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งเส้นทาง จุดพักพิง และระบบรองรับไว้แล้ว แต่ปลัดกระทรวงแรงงานย้ำว่ายังไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ และจำนวนคนไทยที่มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งหากถึงขั้นวิกฤตจริง การดำเนินการอาจต้องใช้เวลา
ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พื้นที่เสี่ยงในอิสราเอลอยู่ที่เมืองเทลอาวีฟและไฮฟา โดยได้กำชับแรงงานหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เช่น เขตทหารและท่าเรือ
อีกทั้งมีการติดตามตัวผ่านแอปพลิเคชัน Smart TOEA ได้ตลอดเวลา รวมถึงมีการฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินก่อนเดินทางไปทำงาน
ขณะที่แรงงานไทยล็อตใหม่ที่จะเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะในอิสราเอล ได้ชะลอการส่งออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยมีแรงงานที่รอเดินทางประมาณ 1,000 คน
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงเปิดรับสมัครแรงงานตามปกติ เพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต และยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยและสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัวในประเทศต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB