เงินเฟ้อ ก.พ.69 ลดลง 0.88% คาด มี.ค. กระทบหนัก เหตุ ตะวันออกกลางยืดเยื้อ
สนค. เผยเงินเฟ้อ ก.พ.69 ลดลง 0.88% ติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน จากปัจจัย ราคาพลังงาน-ค่ากระแสไฟฟ้า-สินค้าเกษตรต่ำลง คาด มี.ค. กระทบหนัก น้ำมันแพง เหตุสถานการณ์ตะวันออกกลาง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลงร้อยละ 0.88 โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 มีปัจจัยหลักจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ซึ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมติของ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ
ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้า ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก โดยราคาสินค้าสำคัญ ในกลุ่มพลังงาน ที่ลดลงคือค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และสำหรับ เงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 2 เดือนแรก ของปี 2569 ยังติดลบอยู่ที่ 0.77%
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดว่า จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ (1) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้
ค่าระวางเรือสูงขึ้น (2) ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อนหน้า (3) ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และ (4) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ (1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย (2) การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และ (3) ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ ที่ฟื้นตัวช้า
อย่างไรก็ตาม สนค. ได้จัดทำตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับปี 2569 โดยอ้างอิงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบดูไบ ซึ่งไทยมีการนำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นหลัก แบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์
-กรณีแรกหากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 1.0 - 2.0
-กรณีที่สองหากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปรับขึ้นเป็น 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดการณ์เงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 2.0 - 3.0 โดยมีสมมติฐานว่าราคาอาหารสำเร็จรูปซึ่งมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 16 จะปรับตัวแพงขึ้นร้อยละ 10 ในพื้นที่ร้อยละ 20 ของประเทศ
-กรณีที่สามหากราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะทะลุระดับร้อยละ 3.0 ขึ้นไปอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและผันผวนอย่างต่อเนื่อง สนค. ยังได้คาดการณ์กรอบเงินเฟ้อปีนี้ไว้ที่ 1.0-3.0% ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสถานการณ์ รวมถึงจะมีการประเมินการปรับเป้าตลอดทั้งปีนี้อีกครั้งในรอบเดือนมีนาคม 2569
"เราประเมินกรอบเงินเฟ้อปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 1 ถึง 3 โดยมีปัจจัยชี้ขาดคือระดับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์ลากยาว ย่อมส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง และจะถูกส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหารสำเร็จรูปซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นราคาเร็วแล้วมักจะปรับลดลงได้ยาก"
นอกจากนี้ ต่อประเด็นข้อกังวลของสังคมเรื่องการเข้าสู่ภาวะเงินฝืด หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง นายนันทพงษ์ ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะเงินฝืดแต่อย่างใด เนื่องจากดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเป็นบวก ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังคงมีความต้องการซื้อสินค้าอยู่ นอกจากนี้อัตราการว่างงานของไทยยังไม่ได้สูงขึ้น การจ้างงานยังอยู่ในเกณฑ์ดี และตัวเลข GDP ของประเทศยังคงขยายตัวไม่ได้ติดลบ
ขณะเดียวกัน ด้านการรับมือและดูแลค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงพาณิชย์โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมราคาอาหารสำเร็จรูป อาหารปรุงสำเร็จ อาหารจานด่วน รวมถึงอาหารในร้านสะดวกซื้อและซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเกินความเป็นจริงก่อนที่ต้นทุนจะขยับขึ้นจริง ส่วนในเรื่องของความมั่นคงด้านพลังงาน ทางกระทรวงพลังงานได้เตรียมแผนบริหารจัดการซัพพลายไว้พร้อมแล้ว ยืนยันว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน จึงขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกิดการกักตุนสินค้า
"การที่เงินเฟ้อติดลบไม่ได้แปลว่าเราเข้าสู่ภาวะเงินฝืดเสมอไป เพราะดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานเรายังบวก การจ้างงานยังเดินหน้า และ GDP เราไม่ได้ติดลบ ส่วนเรื่องค่าครองชีพ เราได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดคุมเข้มราคาอาหารจานด่วน ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริงเด็ดขาด ขอให้ประชาชนมั่นใจกระบวนการจัดการของรัฐและไม่ต้องตื่นตระหนก"
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB