LTFT ยื่นข้อเสนอรัฐ ช่วงสงครามอิหร่าน 8 ข้อ ย้ำ ตรึงดีเซล 15 วันไม่พอ
สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่าย 13 สมาคม ยื่นข้อเสนอรัฐ ช่วงสงครามอิหร่าน 8 ข้อ เช่น ลดค่าไฟฟ้างวด(มี.ค.-เม.ย) 2569 ลดภาษีสรรพสามิต ตรึงดีเซล 30 วัน
จากกรณี สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โจมตีประเทศอิหร่าน และมีผลต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบจากการขนส่งน้ำมันทั่วโลก รวมถึงไทย และกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานน้ำมัน (น้ำมันดิบ) ทั่วโลก สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายทั้ง 13 สมาคม ขอนำเสนอมาตรการต่างๆ ให้รัฐบาลนำไปประกอบพิจารณาดังต่อไปนี้
1.มาตรการด้านราคาน้ำมัน ควรตรึงราคาน้ำมันดีเซลอย่างน้อย 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ที่ 29.94 บาท/ลิตร
เพื่อลดภาระและผลกระทบของประชาชนและทุกต้นทุน (สอดคล้องจำนวนปริมาณน้ำมันสำรอง 60 วัน) เพราะน้ำมันดีเซลเป็นทุกต้นทุนในการผลิตและบริการ
โดย นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (LTFT) ย้ำว่า มาตรการของรัฐบาลในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเพียง 15 วัน ยังไม่เพียงพอต่อการรับมือสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะหากเกิดเหตุปิดเส้นทางขนส่งสำคัญของโลก เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือ ทะเลแดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันมายังเอเชียและประเทศไทย
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ รัฐบาลควรเตรียมมาตรการรองรับทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศที่มีการเปิดเผยข้อมูลแตกต่างกัน ที่ผ่านมา รัฐบาลเคยระบุว่ามีน้ำมันสำรองประมาณ 60 วัน ต่อมาระบุว่าเพิ่มเป็น 95 วัน ซึ่งในความเป็นจริง น้ำมันสำรองส่วนใหญ่อยู่กับภาคเอกชนและโรงกลั่นตามกฎหมายที่กำหนดให้สำรองน้ำมันในสัดส่วนที่กำหนด
นอกจากนี้ สหพันธ์ฯ ยังตั้งข้อสังเกตต่อมาตรการห้ามเติมน้ำมันใส่แกลลอน โดยเห็นว่า อาจกระทบต่อการใช้งานในภาคเกษตรและภาคก่อสร้าง เช่น รถไถนา เครื่องสูบน้ำ หรือ รถเครื่องจักรในไซต์งาน ที่ไม่สามารถขับรถเข้าปั๊มน้ำมันได้โดยตรง พร้อมเสนอให้รัฐบาลกำหนดเงื่อนไข หรือ ข้อยกเว้นที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน ยังพบปัญหาน้ำมันดีเซลในสถานีบริการหลายพื้นที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัดเริ่มขาดแคลน ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น การจัดสรรโควตาน้ำมันตามระบบเดิม หรือ การขนส่งที่ล่าช้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งกังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบต่อการขนส่งสินค้าและต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ
หากราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นลิตรละ 1 บาท จะส่งผลต่อการปรับขึ้นอัตราค่าขนส่ง 3% และกรณีหากปรับเพิ่มขึ้น 4 บาทจะส่งผลต่อการปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งสูงถึง 12 - 13% ก็จะส่งผลต่อราคาสินค้าซึ่งจะต้องปรับขึ้นตามแน่นอน
2. ยกเลิกและระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ปริมาณน้ำมันสำรองอย่างเพียงพอของประเทศ เป็นเวลาอย่างน้อย 60-90 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้น้ำมันของประเทศ และน้ำมันสำรองอย่างเพียงพอ เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่านยืดเยื้อ มากกว่า 3-4 สัปดาห์ ตามที่ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ได้แถลงไว้
ส่วนกรณีที่รัฐบาลออกมาชี้แจงว่า ยังมีการส่งน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน มองว่า ไม่เห็นด้วย ควรมีมติระงับการส่งออกน้ำมัน 3 เดือน เพื่อช่วยประชาชนภายในประเทศให้รับมือกับการขาดแคนพลังงานในช่วงเศรษฐกิจ
สำหรับการส่งออกในเดือน ธ.ค. 2568 มีการส่งออกรวมประมาณ 1,041.67 ล้านลิตร หรือเฉลี่ยประมาณ 33 ล้านลิตรต่อวัน สินค้าส่งออกหลัก น้ำมันดีเซล, น้ำมันเบนซิน ,น้ำมันอากาศยาน ,น้ำมันเตา และ LPG ตลาดส่งออกสำคัญ สิงคโปร์ (25.70%) ,ลาว (20.60%), บังคลาเทศ (12.02%), เวียดนาม (9.86%) และมาเลเซีย (9.18%)
แนวโน้ม ไทยยังคงส่งออกน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อกลั่นภายในประเทศ
3. ให้กระทรวงพลังงานและรัฐวิสาหกิจของรัฐ เช่น ปตท. ต้องหาแหล่งซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ แทนการนำเข้าน้ำมันจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง หรือกลุ่มโอเปก ที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เช่น แอฟฟริกา, ออสเตรเลีย, อเมริกา, อินโดนีเชีย มาเลเซีย อย่างเร่งด่วน เพื่อแผนสำรอง ปริมาณน้ำมันดิบให้เพียงพอสำหรับโรงกลั่นน้ำมันของประเทศ
4. มาตรการค่าไฟฟ้า ควรลดค่าไฟฟ้างวด(มี.ค.-เม.ย) 2569 ให้ลดลงตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน อยู่ที่ 3.70 บาท/หน่วย โดยปรับลดค่า FTลงมาในสัดส่วนเดียวกัน พร้อมมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยออกไปอีกเป็นเวลา 3 เดือน ที่มียอดค่าไฟฟ้าไม่เกิน 300 บาท/เดือน
5. มาตรการปลายทางของกระทรวงพาณิชย์ ต้องควบคุมราคาไม่ให้ปรับราคาสินค้า ควบคุมทุกชนิดอย่างเคร่งครัด เข้มงวดการตรวจสอบ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ในช่วงวิกฤติ เพราะถ้าอัตราค่าขนส่ง, ค่าวัตถุดิบ ไม่ปรับราคา สินค้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ควรปรับด้วยเช่นกัน
6. ในช่วงวิกฤติสงครามและพลังงานควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลงอย่างน้อยร้อยละ 3 บาท/ลิตร เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 30 วัน และเพื่อแบ่งเบาภาระเงินกองทุนพลังงาน เพราะต้องใช้เงินกองทุนพลังงานวันละ 450 ล้านบาท
ถ้า 30 วัน = 450x30 =13,500 ล้านบาท
ถ้า 60 วัน = 450x30 = 27,000 ล้านบาท
(ขณะนี้กองทุนน้ำมันเป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท)
ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลปัจจุบัน (อ้างอิงประกาศ 7 พ.ค. 2568) มีการปรับเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เก็บอยู่ที่ประมาณ 6.92 บาทต่อลิตร
สำหรับดีเซลผสมไบโอดีเซลไม่เกินร้อยละ 7 (ดีเซลบี 7) เพื่อเพิ่มรายได้เข้ารัฐ โดยมุ่งหวังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการเนื่องจากปรับลดเงินนำส่งกองทุนน้ำมันฯ รายละเอียดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล (มีผลตั้งแต่ 7 พ.ค. 68) ดีเซลทั่วไป/B7 (ผสมไม่เกิน 7%): ประมาณ 6.92 - 7.44 บาท/ลิตร ดีเซล B10 (ผสม 9-14%): ประมาณ 6.70 บาท/ลิตร ดีเซล B20 (ผสม 19-25%): ประมาณ 5.953 บาท/ลิตร
7. ใช้โอกาสช่วงวิกฤติพลังงานหรือราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับโครงสร้างราคาพลังงานของประเทศทั้งระบบ ลดการเก็บเงินและเก็บภาษีซ้ำซ้อน ลดราคาแฝงที่ไม่เป็นจริง เช่น อ้างอิงราคาประเทศสิงค์โปร ทั้งที่ผลิตในประเทศ
- ค่าเบี้ยประกันการขนส่ง
- ยกเลิกค่าตลาดที่ไม่เป็นธรรมสำหรับผู้บริโภค
- ยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำซ้อน
ให้ราคาน้ำมันและโครงสร้างราคาน้ำมันเป็นจริง ไม่มีต้นทุนแฝง และต้นทุนสมมุติที่อ้างอิง เพราะโครงสร้างเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2542 เพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้เกิดโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย ไปช่วงนี้
8. ประเด็นอื่นๆ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสมาชิกทั่วประเทศ
ด้านนายสิรภพ พิชัยรัตนพงศ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการของรัฐบาลที่ประกาศออกมายังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและประชาชนได้ โดยตั้งคำถามว่าหลังครบกำหนดตรึงราคาน้ำมัน 15 วันแล้ว รัฐบาลจะใช้แนวทางใดในการบริหารราคาน้ำมันต่อไป
อีกทั้ง ยังกังวลว่าหากสถานีบริการน้ำมันมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ อาจเกิดสถานการณ์รถบรรทุกจำนวนมากต้องจอดรอเติมน้ำมันกลางทาง ส่งผลให้การขนส่งสินค้าหยุดชะงักและอาจทำให้ราคาสินค้าในระบบปรับตัวสูงขึ้น
จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งบริหารจัดการการกระจายน้ำมันให้เพียงพอในทุกพื้นที่ รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณท่าเรือแหลมฉบังที่ทำให้รถบรรทุกต้องจอดรอนานหลายชั่วโมงต่อวัน ประมาณ 7-8 ชั่วโมง กว่า 18,000 คัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียเชื้อเพลิงและต้นทุนจำนวนมากในแต่ละปีถึง 10,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภายในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค.นี้ สหพันธ์ฯ จะไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นข้อเสนอทั้งหมด และจะรอติดตามผลว่ารัฐบาลจะมีมาตรการออกมาตามข้อเรียกร้องหรือไม่ หากไม่มีความคืบหน้าหลังจากนั้น 7 วัน จะรวมตัวกันไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่กระทรวงพลังงา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB