กางแผนรัฐลดผลกระทบด้านไฟฟ้า รับมือ วิกฤตราคา LNG-ต้นทุนค่าไฟเพิ่ม
ครม. มีมติรับทราบตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอเรื่องมาตรการด้านพลังงาน ในช่วงที่เกิดวิกฤตตะวันออกกลาง ในส่วนของผลกระทบด้านไฟฟ้า
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอเรื่องมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นต้องบริหารสถานการณ์การจัดหาพลังงานไม่ให้ขาดแคลน รวมถึงบริหารจัดการราคาพลังงานไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
โดยประเมินว่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามีเพียงพอ ไม่ได้รับผลกระทบ แต่ได้ดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบราคาไฟฟ้าจากราคา Spot LNG ปรับตัวเพิ่มขึ้นขึ้นกลุ่มมาตรการใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทน (Fuel Switching) โดยการจัดหาไฟฟ้าเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นที่มีศักยภาพในระยะเร่งด่วน เพื่อทดแทนการนำเข้า LNG ในช่วงที่เกิดวิกฤตด้านราคา แบ่งเป็น
มาตรการเร่งด่วน (ดำเนินการแล้วในเดือนมีนาคม)
1.การปรับเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ โดยเพิ่มกำลังผลิต 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 97 ล้านหน่วยต่อเดือน เทียบเท่า LNG
ที่ลดลงประมาณ 647 พันล้านบีทียูต่อเดือน
2. การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศ โดยการประสานงานกรมชลประทานเพื่อเพิ่มการระบายน้ำลุ่มน้ำแม่กลองและเขื่อนรัชประภา ซึ่งจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 80 ล้านหน่วยต่อเดือน เทียบเท่า LNG ที่ลดลงประมาณ 533 พันล้านบีทียูต่อเดือน
3. การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในต่างประเทศจากสปป. ลาว ซึ่งจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 125 ล้านหน่วยต่อเดือน เทียบเท่า LNG ที่ลดลงประมาณ 833 พันล้านบีทียูต่อเดือน
ทั้งนี้ จากมาตรการเร่งด่วนข้างต้น ทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น 302 ล้านหน่วย ทดแทนการใช้ LNG ในการผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 2,013 พันล้านบีทียูต่อเดือนหรือเทียบเท่า 0.67 เที่ยวเรือ
ส่วนมาตรการในระยะต่อไป
1. ขยายระยะเวลามาตรการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทินหินบุนกำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ ซึ่งจะหมดอายุ 31 ธันวาคม 2569 นี้ จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 14 ล้านหน่วยต่อเดือน โดยมอบหมายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไปดำเนินการจัดทำร่างแก้ไขสัญญาเพื่อรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติม และเสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป
2. ขยายระยะเวลามาตรการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากพลังงานหมุนเวียนจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กและเล็กมาก (SPP และ VSPP) ซึ่งจะหมดอายุ 31 ธันวาคม 2569 จากสัญญาเดิมและนอกเหนือสัญญาเดิม ซึ่งจะต้องมีการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป และมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในรายละเอียดการรับซื้อที่เหมาะสมต่อไป
จับค่าไฟพุ่ง พิษตะวันออกกลาง ดันราคา LNG เพิ่มสูงขึ้น
ในส่วนของราคาไฟฟ้า แนวโน้มราคา Spot LNG ในตลาดโลกหลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับราคาก่อนเกิดเหตุการณ์ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 9 - 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู
โดยจากข้อมูลของ Platts LNG Daily ราคา LNG วันที่ 3 มีนาคม 2569 พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ราคา 25.39 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และลดลงเท่ากับ 22.02 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาในช่วงเดือนมีนาคม 2569 จะค่อนข้างจะผันผวนอยู่ในระดับสูงไปจนสิ้นปี 2569
ทั้งนี้ ราคา Spot LNG ที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นต่อผู้ใช้ไฟฟ้า โดยประมาณการเบื้องต้นต่อผลกระทบด้านราคา ค่าไฟฟ้าในกรณีที่ราคา LNG เพิ่มสูงขึ้น ในกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการใดๆ คาดการณ์ว่าถ้าราคา LNG สูงขึ้นเป็น 25 -35 ล้านเหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นได้ถึง 37 - 70 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งกระทรวงพลังงานจะประเมินสถานการณ์และจัดทำมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB