บสย. ช่วย SMEs ที่ส่งออกไปตะวันออกกลาง เลื่อนชำระค่าธรรมเนียม-พักหนี้ 3 เดือน
บสย. ช่วย SMEs ส่งออกไปตะวันออกกลาง เลื่อนชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน-พักหนี้ 3 เดือน แนะ! กระจายตลาด ลดความเสี่ยง
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีลูกค้าของ บสย. ที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าไปยังตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ในตะวันออกกลาง โดย บสย. ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้เบื้องต้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าที่ถือหนังสือค้ำประกันของ บสย. ที่มีธุรกรรมส่งออกไปตะวันออกกลาง สามารถแจ้งผ่านธนาคารเพื่อขอเลื่อนการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันออกไป 3 เดือน เช่น หากแจ้งในเดือนมีนาคม ก็สามารถไปชำระในเดือนมิถุนายน หรือ กรกฎาคมได้
และ กลุ่มลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการแก้หนี้ของ บสย. สามารถพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้ 3 เดือน โดยลงทะเบียนผ่าน LINE บสย. ที่ @TCGFirst ซึ่งมาตรการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ (12 มี.ค.69) และ บสย. จะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บสย. ยังแนะนำผู้ประกอบการ SMEs ให้ประเมินสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนน้ำมัน เช่น ธุรกิจขนส่ง หากพบว่าสภาพคล่องไม่เพียงพอ ควรรีบปรึกษา บสย. ซึ่งปัจจุบันมี 7 สาขาทั่วประเทศ พร้อมให้คำปรึกษา รวมทั้งสามารถติดต่อผ่าน LINE ของ บสย. ได้ทันที
สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจส่งออก แนะนำว่าไม่ควรพึ่งพาตลาดประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ควรกระจายความเสี่ยงของตลาดไปยังตลาดอื่น เช่น อาเซียน และอาเซียน+3 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งยังมีความต้องการสินค้าจากไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปรรูป ที่ยังถือเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย
นายสิทธิกร ย้ำว่า หาก SMEs ที่ส่งออกไปตะวันออกกลางได้รับผลกระทบ สามารถแจ้งผ่านธนาคาร เมื่อธนาคารยืนยันมายัง บสย. ก็จะสามารถใช้สิทธิ์มาตรการช่วยเหลือได้ทันที ขณะที่ ลูกหนี้ของ บสย. สามารถแจ้งความประสงค์ผ่าน LINE ของ บสย. เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นรายกรณี โดยใช้ระยะเวลาพิจารณาไม่นาน
นอกจากนี้ นายสิทธิกร ยังเปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ว่า บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อรวม 14,567 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อจำนวน 17,853 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจก่อสร้าง และโลจิสติกส์ สามารถสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ถึง 60,160 ล้านบาท และช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมา 14 ไตรมาส โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า ยอดค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มขึ้นถึง 4.43 เท่า ซึ่งเป็นผลจากมาตรการ Quick Big Win
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 บสย. จะเดินหน้าขยายบทบาทการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อสร้างโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน และเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งปลดล็อกให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อและเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ได้เปิดยุทธศาสตร์ “3-Prompt” หรือ “บสย. 3 พร้อม” เพื่อยกระดับการช่วยเหลือ SMEs ไทย โดยนำระบบดิจิทัลและ AI มาปรับใช้ในกระบวนการภายในองค์กร รวมทั้งจับมือกับพันธมิตรกลุ่ม Digital Lending และ Virtual Banking เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้ให้บริการ Digital Credit Guarantee อย่างเต็มรูปแบบ
แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย
1. บสย. พร้อมค้ำ ตั้งเป้ายอดค้ำประกันรวมกว่า 70,000 ล้านบาท เน้นช่วย “กลุ่มเปราะบาง” และผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินมากขึ้น ผ่านมาตรการ Quick Big Win วงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยมีจุดเด่นคือการนำระบบ Risk-based Pricing (RBP) มาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อคิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง เริ่มต้น 1% พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มเติมอีก 20,000 ล้านบาท โดยมุ่งขยายไปสู่กลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงต่อยอดมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะร่วมกับค่ายรถยนต์ต่างๆ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้รถเชิงพาณิชย์
คาดว่า มาตรการดังกล่าว จะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมากกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 67,500 ราย รักษาการจ้างงานได้ 615,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 295,000 ล้านบาท
2. บสย. พร้อมช่วย ทำหน้าที่เป็น “ตัวช่วย” แก้ไขปัญหาหนี้สินและให้ความรู้ทางการเงินอย่างเป็นระบบ ผ่านมาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืน สำหรับลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลมไปแล้ว โดยเสนอเงื่อนไขลดเงินต้นสูงสุด 50% สำหรับกลุ่มที่มีหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท และลด 40% สำหรับหนี้ที่สูงกว่านั้น ตั้งเป้าช่วยปรับโครงสร้างหนี้กว่า 6,000 ราย ผ่านช่องทาง LINE OA
3. บสย. พร้อมพลัส+ เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่าน 4 เครื่องยนต์สำคัญ เพื่อยกระดับบริการดิจิทัลให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยเพิ่มการเชื่อมโยงระบบ operating model ของ บสย. เข้ากับโครงการ SMEs Credit Boost ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะสร้างวงเงินสินเชื่อได้กว่า 100,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพัฒนาเครื่องมือ TCG Score เพื่อใช้ประเมินศักยภาพกลุ่ม Micro SMEs โดยผสานข้อมูลจากกระทรวงการคลัง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อ พร้อมเปิดแพลตฟอร์มดิจิทัล SMEs First and Fast ซึ่งเป็น Gateway ให้ SMEs เข้ามาประเมินเครดิตกับ บสย. ก่อน เพื่อจับคู่กับสถาบันการเงินที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงพัฒนาเครื่องมือ Prompt Claim Management สำหรับสถาบันการเงิน เพื่อบริหารจัดการงานเคลมและจองวงเงินแบบ Real-time สำหรับธนาคารพันธมิตร เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตสินเชื่อของระบบการเงิน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB