เสียงประชาชน! หวั่นน้ำมันแพง ดันค่าครองชีพพุ่ง
ประชาชน! สะท้อนผลกระทบพลังงาน หวั่นน้ำมันแพง ดันค่าครองชีพพุ่ง พร้อมชี้ เงินสำรองจำเป็นในยามวิกฤต
ทีมข่าวพีพีทีวี ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนบริเวณย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน การประหยัดพลังงาน และการเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน โดยประชาชนรายแรก ซึ่งประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่ได้กังวลเรื่องราคาน้ำมันหรือการขาดแคลนน้ำมันในประเทศไทยมากนัก เพราะมองว่าไทยยังมีทรัพยากรด้านพลังงานของตัวเอง จึงเชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ถึงขั้นน้ำมันหมดประเทศ
อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตว่า หากประเทศไทยยังส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และเมียนมา ก็สะท้อนว่ายังมีปริมาณเพียงพอ พร้อมตั้งคำถามว่าหากเกิดภาวะขาดแคลนจริง เหตุใดจึงยังมีการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ
“ไม่กังวล เพราะประเทศไทยยังส่งออกน้ำมันให้กับสปป.ลาว และเมียนมาร์อยู่ แล้วถ้าน้ำมันจะหมดจริงๆมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องส่งออก เอาไว้ใช้ในประเทศไทยไม่ดีกว่าหรอ ในเมื่อประเทศไทยยังบริหารจัดการไม่เพียงพอแล้วทำไมถึงต้องส่งออกต่างประเทศหล่ะครับ“
ขณะเดียวกัน เมื่อสอบถามถึงสถานการณ์การเติมน้ำมันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนรายดังกล่าวระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังไม่พบปัญหาน้ำมันหมดปั๊ม สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ
ด้านนางแสงจันทร์ ชไทน์ ประชาชนที่มีรถยนต์ส่วนตัว แต่ในวันนี้ (16 มี.ค.69) เลือกใช้บริการรถสาธารณะ เปิดเผยว่า มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานมาก เนื่องจากหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งตนเองอาศัยอยู่ในต่างจังหวัด และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเคยประสบปัญหาน้ำมันดีเซลหมดหลายปั๊ม ต้องขับรถหาปั๊มน้ำมันถึง 4-5 แห่งจึงจะสามารถเติมได้ โดยปกติการเติมน้ำมันเต็มถังจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,400–2,500 บาท พร้อมกันนี้ ยังอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนในช่วงนี้
ขณะที่ ประชาชนอีกราย ซึ่งใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นประจำ กล่าวว่า แม้จะไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่ก็มีความกังวลเช่นกัน เพราะหากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้ค่าโดยสารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ต้องเตรียมใจรับสถานการณ์ เนื่องจากยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะจบเมื่อใด
ทั้งนี้ ประชาชนยังมองว่า การประหยัดพลังงานควรเริ่มจากตัวเอง โดยลดการใช้พลังงานในสิ่งที่ไม่จำเป็น พร้อมฝากถึงภาครัฐให้สนับสนุนการใช้พลังงานในภาคการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอของสภาผู้บริโภคที่แนะนำให้ประชาชนเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือน เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤต
ประชาชนบางส่วนเห็นว่า หากเกิดปัญหาน้ำมันแพงหรือขาดแคลน เงินอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด แต่สิ่งจำเป็นคือ สินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่ ประชาชนอีกส่วนหนึ่ง มองว่า การมีเงินสำรองฉุกเฉินถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนและราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้การดำรงชีวิตของหลายครอบครัวลำบากมากขึ้น หากไม่มีเงินสำรองไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB