น้ำมันพุ่งไม่หยุด! รถพุ่มพวงแบกต้นทุนวันละพัน ชาวประมงจอดเรือ-ตลาดซบ
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่อง กำลังสร้างแรงกระแทกเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่รถพุ่มพวงที่ต้องลดปริมาณสินค้า ไปจนถึงชาวประมงที่จำใจจอดเรือ ขณะที่ตลาดพื้นบ้านยอดขายทรุดหนัก
สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อผู้ประกอบการรายย่อยและภาคประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ “รถพุ่มพวง” หรือรถตลาดเคลื่อนที่ ที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่ จ.นครราชสีมา นางสาวน้ำอ้อย โลหะเวช อายุ 47 ปี ผู้ประกอบการรถพุ่มพวง เปิดเผยว่า ทำอาชีพนี้มากว่า 20 ปี แต่เพิ่งเผชิญวิกฤตหนักในปีนี้ จากเดิมเติมน้ำมันวันละประมาณ 500 บาท ปัจจุบันเพิ่มเป็น 800–1,000 บาท
ทั้งที่วิ่งระยะทางเท่าเดิม ส่งผลให้ต้องลดปริมาณสินค้า โดยเฉพาะอาหารที่บรรจุถุง แม้ยังขายราคาเดิม แต่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ แม้การไปซื้อสินค้าที่ตลาดเองอาจได้ราคาถูกกว่า แต่ต้องเสียเวลาและมีความเสี่ยง จึงยังเลือกซื้อสินค้าจากรถพุ่มพวงที่มาจอดขายหน้าบ้าน
ด้าน จ.สมุทรสงคราม ผู้ประกอบการเรือประมงได้รับผลกระทบหนัก หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “น้ำมันเขียว” ที่พุ่งเกินลิตรละ 50 บาท ส่งผลให้เรือประมงกว่า 400 ลำ ทยอยจอดเทียบท่า เนื่องจากต้นทุนสูง สวนทางกับราคาสัตว์น้ำที่ปรับลดลง ทำให้การออกเรือมีแต่ขาดทุน
ส่วนที่ จ.อุทัยธานี ตลาดนัดซาวไฮ่ แหล่งรวมสินค้าพื้นบ้านและวิถีชีวิตชุมชน ต้องปรับลดวันเปิดให้บริการ เหลือเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อพยุงตัวในภาวะเศรษฐกิจซบเซา โดยนางสาวสุทธิลักษณ์ เลขยัน ผู้บริหารตลาด ระบุว่า ยอดขายลดลงถึง 80% เหลือเพียง 20% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าจากต่างจังหวัดต้องแบกรับค่าเดินทางและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น
เช่นเดียวกับผู้ผลิตดินสอพองใน จ.ลพบุรี กว่า 200 ราย ที่ต้องเร่งผลิตสินค้าเตรียมขายช่วงสงกรานต์ แม้ต้นทุนพุ่งขึ้นทั้งค่าขนส่งและค่าน้ำมัน แต่ยังจำเป็นต้องตรึงราคาขายถุงละ 35 บาท ตามข้อตกลงล่วงหน้ากับลูกค้า ทำให้กำไรลดลงอย่างมาก
ทั้งนี้ หลายภาคส่วนสะท้อนตรงกันว่า ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกำลังซ้ำเติมต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ก่อนผลกระทบจะลุกลามไปถึงราคาสินค้าและเศรษฐกิจในวงกว้าง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB