“ศุภจี” ปรับทัพ! พาณิชย์ รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต เร่งคุมค่าครองชีพ–ดูแลราสินค้า
“ศุภจี” ปรับทัพ! พาณิชย์ รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต เร่งคุมค่าครองชีพ–ดูแลราคาสินค้า ควบคู่แก้ปัญหาปุ๋ย-ต้นทุนพุ่ง เตรียม บินเจรจาสหรัฐฯ ต้นเดือน พ.ค.นี้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล “อนุทิน 2” พร้อมเปิดเผยแนวทางการทำงาน ว่า ด้านการบริหารงานภายใน ได้มีการปรับทัพทีมงานภายในกระทรวงพาณิชย์ใหม่ เสริมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในประเด็นเร่งด่วนอย่างค่าครองชีพและราคาสินค้า พร้อมนำผู้ตรวจราชการเข้ามาช่วยงานกรมการค้าภายใน และใช้รูปแบบการบริหารแบบคลัสเตอร์ เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การค้า ไปจนถึงบริการ
รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน และยังให้ความสำคัญกับการรับมือปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้ค่าขนส่งสูงขึ้นและกติกาการค้าโลกเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องมีทีมที่ปรึกษาและนักเศรษฐศาสตร์เฉพาะด้าน ทั้งจีน อาเซียน สหรัฐฯ และยุโรป เพื่อวางกลยุทธ์การค้าและทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยยอมรับว่า สถานการณ์ปัจจุบันเป็น “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ต้องเร่งปรับตัว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนไม่ให้สูงเกินไป ควบคู่กับการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง โดยขณะนี้ได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ส่งสินค้าราคาประหยัดไปยังทั้ง 77 จังหวัด และในเฟสถัดไปเตรียมร่วมมือผู้ประกอบการ SMEs ขยายช่องทางขายออนไลน์ทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเปิดลงทะเบียน เพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการ ขณะที่ ในระยะยาวจะมี SMEs เข้าจดทะเบียนกว่า 2,000 ราย โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะเข้ามาช่วยพัฒนาทักษะด้านการสร้างแบรนด์และการตลาด รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ห่างไกลผ่านการกระจายสินค้าราคาพิเศษสู่ชุมชน
ส่วนประเด็นการถูกวิจารณ์เรื่องปล่อยให้ราคาสินค้าปรับขึ้น นางศุภจี ระบุว่า ไม่ท้อแท้ แต่ใช้เป็นแรงผลักดันในการทำงาน พร้อมยอมรับว่าความคาดหวังของประชาชนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้า อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ควบคุมไม่ได้
สำหรับสถานการณ์ปุ๋ย นางศุภจี ระบุว่า ต้องพิจารณาทั้งด้านราคาและความคลาดแคลน ซึ่งยังเป็นประเด็นน่ากังวล โดยปัจจุบันปุ๋ย ยังเป็นสินค้าควบคุมและยังไม่มีการขอปรับขึ้นราคา อีกทั้งมีปริมาณเพียงพอใช้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ปุ๋ยล็อตใหม่ที่นำเข้าจากมาเลเซียและบรูไนมีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้จำเป็นต้องพิจารณาปรับราคา ขณะที่ปุ๋ยจากตะวันออกกลางยังไม่สามารถนำเข้าได้ เนื่องจากปัญหาการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยขณะนี้มีเรือ 5 ลำยังเข้าไทยไม่ได้ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้เดินทางไปโอมานเพื่อเจรจาเปิดเส้นทาง แต่ยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดจากปัจจัยสหรัฐฯ จึงต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าอื่นเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เจรจาจัดซื้อปุ๋ยจากรัสเซียเพื่อเสริมปริมาณ โดยกระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน และเตรียมโครงการรองรับ เช่น ธงฟ้า–ธงเขียว เพื่อลดภาระเกษตรกร
ในส่วนของสินค้าที่มีการยื่นขอปรับราคา เช่น น้ำมันปาล์ม แชมพู และสบู่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มมีผู้ประกอบการ 4 รายยื่นขอปรับราคา เบื้องต้นเตรียมเรียกหารือและขอความร่วมมือให้ทยอยปรับขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภคและไม่ให้สินค้าขาดตลาด ขณะที่แชมพูและสบู่ยังไม่อนุญาตให้ปรับราคา เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งตามขั้นตอนจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 15 วัน หลังยื่นคำขอ โดยปัจจุบันราคารับซื้อปาล์มดิบอยู่ที่ 7–7.90 บาทต่อกิโลกรัม
นางศุภจี ยอมรับว่า ในระยะต่อไป ราคาสินค้าอาจมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าควบคุมอย่างปาล์มน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค
ขณะเดียวกัน ต้องติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อในเดือนเมษายน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าเงินเฟ้อเดือนมีนาคมยังอยู่ในระดับติดลบ ด้านการส่งออกยังต้องติดตามเป็นรายเดือน แต่ยังสามารถดำเนินการได้ รวมถึงตลาดตะวันออกกลางที่ยังมีการค้าขายต่อเนื่อง
สำหรับความคืบหน้ากรณีสหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 กับสินค้าไทย 3 กลุ่ม ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาง เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งข้อมูลชี้แจงไปยังสหรัฐฯ แล้ว และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้นัดให้ไทยเข้าชี้แจงเพิ่มเติม โดยนางศุภจีจะนำคณะเดินทางไปเจรจาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ก่อนส่งทีมเทคนิคตามไปหารือเพิ่มเติมในช่วงกลางเดือนเดียวกัน คาดว่าหลังการเจรจาจะมีความชัดเจนภายใน 7 วัน โดยแสดงความมั่นใจว่าข้อมูลของไทยสามารถตอบข้อซักถามได้ครบถ้วน แต่ผลสุดท้ายขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสหรัฐฯ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB