พาณิชย์ ขึ้นทะเบียน "ปลาสลิดบ้านแพ้ว" เป็นสินค้า GI น้องใหม่ สมุทรสาคร
พาณิชย์ ขึ้นทะเบียน "ปลาสลิดบ้านแพ้ว" เป็นสินค้า GI น้องใหม่ สมุทรสาคร มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร–ต่อยอด สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับฐานการผลิตไทย สู่เป้าหมายเกษตรมูลค่าสูงของกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุด ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) "ปลาสลิดบ้านแพ้ว" เป็นสินค้า GI รายการที่ 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร ต่อจากลำไยพวงทองบ้านแพ้ว มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว และน้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ตอกย้ำคุณภาพสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีคุณภาพโดดเด่นและมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น
พร้อม ยกระดับสู่สินค้า GI ระดับพรีเมียม สร้างรายได้ให้ชุมชนในมิติต่างๆ อย่างยั่งยืน
โดย “ปลาสลิดบ้านแพ้ว” มีความโดดเด่นที่แตกต่างจากปลาสลิดแหล่งอื่น เนื่องจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล มีระบบชลประทานครอบคลุมทั้งพื้นที่ น้ำมีคุณภาพดีใช้ได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีสภาพน้ำกร่อยที่มีสารอาหารอุดมสมบูรณ์และมีหญ้าที่ช่วยสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติ ประกอบกับภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาสลิดบ้านแพ้วแบบดั้งเดิมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีการขุดบ่อให้มีความลึกมากพอ จนแสงแดดส่องไม่ถึงพื้นบ่อ ทำให้อุณหภูมิน้ำมีความเย็น ส่งผลให้ปลาสลิดสดมีสีเทาอ่อน ซึ่งสีไม่เข้มเท่าปลาสลิดจากแหล่งอื่น เนื้อปลาละเอียด นุ่ม แน่น ไม่ร่วน ไม่มีกลิ่นโคลน เนื้อปลาสดที่ทอดจะมีรสชาติหวาน
และเมื่อนำปลาสดมาผ่านกระบวนการแปรรูปอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกปลาที่มีขนาดเหมาะสม การผ่าทำความสะอาด การหมักเกลือในสัดส่วนที่พอดี และการตากแดดตามวิธีดั้งเดิมของชุมชน จนได้เป็นปลาสลิดแดดเดียวและปลาสลิดหอมที่มีเนื้อแน่น แห้ง ไม่ร่วน ไม่มีกลิ่นโคลน เมื่อทอดสุกเนื้อปลาจะมีความนุ่ม รสชาติเค็มพอดี และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ปัจจุบันมีปริมาณการผลิตปลาสลิดบ้านแพ้วอยู่ที่ 8 ล้านกิโลกรัมต่อปี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดได้สูงถึง 740 ล้านบาทต่อปี
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียน GI “ปลาสลิดบ้านแพ้ว” ในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยกรมฯ มีแนวทางส่งเสริมและยกระดับสินค้าอย่างครบวงจร ทั้งการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ GI ให้เหมาะกับตลาดพรีเมียม ตลอดจนการขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ การจัดหาช่องทางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ เป็นต้น
นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งมั่นส่งเสริมการต่อยอดแหล่งผลิตสินค้า GI ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน เพื่อเชื่อมโยงสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นเข้ากับประสบการณ์ท่องเที่ยว สอดรับกับนโยบาย “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน” ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งยกระดับสินค้าและบริการสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง โดยใช้จุดแข็งด้านคุณภาพและอัตลักษณ์ของสินค้าในท้องถิ่นสร้างรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 256 รายการ และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนรวมกว่า 115,979 ล้านบาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB