เอกนิติ ตอบแล้ว! ออกพ.ร.ก.กู้เงิน ไม่เกินเดือนต.ค. 69 ยืนยัน ยังไม่ปรับหนี้เพดานสาธารณะ
เอกนิติ ตอบแล้ว! ออกพ.ร.ก.กู้เงินไม่เกินเดือนต.ค. 69 ยืนยัน ยังไม่ปรับหนี้เพดานสาธารณะ ส่วนคนละครึ่ง พลัส เลื่อนเปิดลงทะเบียนเดือน พ.ค. ขณะที่ VAT 7% ยังไม่ขึ้น ต่ออายุอีกหนึ่งปี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาออกพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก. กู้เงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน 2569 เพื่อเยียวยากลุ่มเปราะบางและลงทุนในการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในประเทศไทย ไปสู่การใช้พลังงานสะอาด รวมถึงรองรับผลกระทบจากปัญหาจากปัญหาตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบยาวนานกว่าที่คาดเอาไว้ โดยเฉพาะผลกระทบในด้านพลังงาน
โดยการพิจารณากู้เงินดังกล่าว ขึ้นอยู่กับการประเมินเม็ดเงินที่ยังไม่มีการผูกพันการใช้เงินของงบประมาณปี 2569 ซึ่งในเบื้องต้นจะอยู่ที่ 80,000 ถึง 100,000 ล้านบาท โดยจะเห็นตัวเลขที่ชัดเจนหลังวันที่ 30 เมษายน รวมถึงการปรับลดรายละเอียดการใช้เงิน ของบประมาณปี 2570 ตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะให้มีการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออก เช่น การดูงานต่างประเทศ และการก่อสร้างที่ไม่จำเป็น
นายเอกนิติ ยืนยันว่าการกู้เงิน 500,000 ล้านบาท จะทำให้ไม่ต้องมีการปรับเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มจาก 70% ภายในปีงบประมาณ 2569 หรือถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ เนื่องจากขณะนี้หนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ 66% ทำให้ยังสามารถที่จะกู้ยืมเงินได้อีก 800,000 ล้านบาท โดยการกู้เงินดังกล่าว จะเป็นการเตรียมเงินไว้สำหรับก่อนที่งบประมาณปี 2570 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ขณะที่ การค้ำประกันการกู้ยืมของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1.5 แสนล้านบาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณาที่จะต้องค้ำประกันและกู้เงินในขณะนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลงแล้ว
“ถ้าไม่กู้จะอันตรายกับเศรษฐกิจมากกว่า เพราะ GDP ก็จะหดตัว และจากการไปคุยกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้ง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าจะกู้เงินหรือไม่ แต่อยู่ที่จะกู้มาทำอะไรมากกว่า”
ส่วนความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง พลัส เบื้องต้นจะเปิดลงทะเบียนได้ช่วงพฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้จ่ายจริงได้ 1 มิถุนายน 2569 โดยรอบนี้จะเน้นช่วยเหลือแบบเยียวยา แต่ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียด วงเงิน จำนวนคน เพราะต้องรอดูงบก่อน นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการให้เงินกระจายเป็นเฟสในแต่ละช่วงเวลา
ขณะเดียวกัน ก็ยืนยันว่าจะยังไม่มีการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะคงที่ 7% ไปอีก 1 ปี จนถึง 30 กันยายน 2570 จากเดิมที่จะสิ้นสุดการต่ออายุในวันที่ 30 กันยายน 2569 อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มยังอยู่ในแผนของกระทรวงการคลังสำหรับปีงบประมาณ 2571 โดยจะมีการพิจารณาภาวะเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าวอีกครั้งเพื่อตัดสินใจว่าจะปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เพื่อเป็นการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีและรายได้ของประเทศไทย
ส่วนการจัดทำงบประมาณปี 2570 นายเอกนิติ ยืนยันว่า ยังคงกรอบงบประมาณไว้ตามเดิม ทั้งงบรายจ่าย รายรับ และกาาขาดดุลงบประมาณเท่าเดิม แต่จะมีการตั้งงบชำระเงินคงคลัง 70,000 ล้านบาท ใส่ไว้ในงบปี 2570 ด้วย เพื่อไม่ให้กระทบต่อเงินในส่วน พ.ร.บ.โอนงบปี 2569
อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรับสมมุติฐานของการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยประเมินว่า GDP ปี 2569 และ 2570 จะขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.4 และ 2.2% ขณะที่เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.9 และ 2.5% ในปีนี้และปีหน้า
ทั้งนี้นายเอกนิติ ยืนยันว่า สภาพคล่องรวมถึงตลาดพันธบัตรและตลาดทุนไทยมีเพียงพอที่จะรองรับการกู้เงิน 500,000 ล้านบาทได้ โดยการกู้เงินดังกล่าวจะมีการออกพันธบัตรออมทรัพย์เพิ่มในบางส่วนเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนและสร้างผลตอบแทนให้กับประชาชนทั่วไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB