จังหวัดไหน? “จำนวนแรงงานงานเยอะ แต่รายได้ไม่โต” บางพื้นที่ต่างกันถึง 13 เท่า
จังหวัดไหน? “จำนวนแรงงานงานเยอะ แต่รายได้ไม่โต” เปิดโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ใช้แรงงานหนักแต่สร้างรายได้ต่ำ อีกด้านใช้คนน้อยแต่สร้างเงินมหาศาล
ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า สถานการณ์แรงงาน ไตรมาส 4 ปี 2568 การจ้างงานลดลงต่อเนื่อง โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.8 ล้านคน เป็นการหดตัวในภาคเกษตรกรรม 3.4% นอกภาคเกษตรกรรม 0.2% โดยสาขาการขนส่งและจัดเก็บสินค้า และสาขาการผลิต ขยายตัว 3.2% และ 1.2% แต่สาขาการก่อสร้าง สาขาโรงแรมและภัตตาคาร และสาขาการค้าส่งและค้าปลีกหดตัว
ซึ่งภาพรวมไทยมีแรงงานจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) กรมการจัดหางาน
และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2567) สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่น่ากังวล คือ “ไทยไม่ได้ขาดแรงงาน” แต่กำลังขาดระบบเศรษฐกิจที่ทำให้แรงงานสร้างมูลค่าได้สูงขึ้น
ตามข้อมูลจะเห็นว่าหลายจังหวัดมีจำนวนคนทำงานสูง แต่กลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อคนได้ต่ำ สะท้อนว่าแรงงานจำนวนมากยังติดอยู่ในกิจกรรมเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มต่ำ เช่น เกษตรขั้นต้น ค้าปลีกขนาดเล็ก หรือบริการพื้นฐาน ขณะที่บางจังหวัดใช้แรงงานไม่มาก แต่กลับสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจสูงกว่าหลายเท่า
GISTDA ระบุว่า จังหวัดที่มีแรงงานจำนวนมากที่สุดของประเทศยังคงเป็น“กรุงเทพมหานคร” มีแรงงานสูงถึง 5.75 ล้านคน มากกว่าหลายจังหวัดรวมกัน สะท้อนว่า ไทยยังโตแบบ "รวมศูนย์" คนยังต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาโอกาสที่ดีกว่า รองลงมา ได้แก่ สมุทรปราการ (1.52 ล้านคน) นครราชสีมา (1.28 ล้านคน) ชลบุรี (1.21 ล้านคน) นนทบุรี (1.21 ล้านคน) ปทุมธานี (1.21 ล้านคน)
แต่จำนวนแรงงานที่มาก ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงเสมอไป เพราะมีข้อมูลว่า บางจังหวัดแรงงานไม่ได้มีจำนวนมาก แต่กลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น
ลำพูน แม้แรงงานไม่มาก แต่เป็นเมืองแห่งฐานผลิตอุตสาหกรรมและส่งออกใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ มีแรงงานเพียง 2.2 แสนคน แต่สร้าง GPP ต่อคนสูงถึง 34,637 บาท/เดือน โดยอยู่ใน
- อุตสาหกรรม 51.9 %
- บริการ 31.7 %
- เกษตร 16.5 %
จันทบุรี เมืองแห่ง ‘ราชาผลไม้มูลค่าสูง’ และตลาดพลอยสี่
- เกษตร 52.9 %
- อุตสาหกรรม 6.3 %
- บริการ 40.8 %
มีแรงงานเพียง 3.7 แสนคน แต่สร้าง GPP ต่อคนสูงถึง 35,154 บาท/เดือน
ประจวบคีรีขันธ์ เมืองท่องเที่ยวและสวนสับปะรดส่งออกชั้นนำ
- เกษตร 23.6 %
- อุตสาหกรรม 23.9 %
- บริการ 52.5 %
มีแรงงานเพียง 2.8 แสนคน แต่สร้าง GPP ต่อคนสูงถึง 33,610 บาท/เดือน
ชุมพร เมืองเกษตรต้นน้ำ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และผลไม้คุณภาพสูง
- เกษตร 51.2 %
- อุตสาหกรรม 10.2 %
- บริการ 38.7 %
มีแรงงานเพียง 2.8 แสนคน แต่สร้าง GPP ต่อคนสูงถึง 35,201 บาท/เดือน
ภูเก็ต เมือง ‘ไข่มุกแห่งอันดามัน’ การท่องเที่ยวและบริการมูลค่าสูง
- เกษตร 3.28 %
- อุตสาหกรรม 3.61 %
- บริการ 93.1 %
มีแรงงานเพียง 3.5 แสนคน แต่สร้าง GPP ต่อคนสูงถึง 63,879 บาท/เดือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ 2.3 เท่า
แรงหนุนมาจาก
- ภาคท่องเที่ยวคุณภาพสูง
- บริการระดับพรีเมียม
- เศรษฐกิจการลงทุน ชาวต่างชาติ
กระบี่
เมืองแห่งการท่องเที่ยวทะเลอันดามันและธรรมชาติ
- เกษตร 33.5 %
- อุตสาหกรรม 7.1 %
- บริการ 59.4 %
มีแรงงานเพียง 2.4 แสนคน แต่สร้าง GPP ต่อคนสูงถึง 32,434 บาท/เดือน
ขณะที่อีกด้าน ไทยกำลังติดอยู่กับเศรษฐกิจที่วัดจากจำนวนคนทำงาน มากกว่ารายได้ที่แรงงานสร้างได้ ซึ่งข้อมูลชี้ว่า มีหลายจังหวัดที่มีแรงงานจำนวนมาก แต่ GPP ต่อหัวแรงงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ ได้แก่
- ชัยภูมิ 489,872 คน GPP ต่อหัวแรงงาน อยู่ระหว่าง 13,000 -15,000 บาท/เดือน
- สกลนคร 414,374 คน GPP ต่อหัวแรงงาน อยู่ระหว่าง 15,000 -20,000 บาท/เดือน
- กาฬสินธุ์ 380,128 คน GPP ต่อหัวแรงงาน อยู่ระหว่าง 13,000 -15,000 บาท/เดือน
- มหาสารคาม 406,811 คน GPP ต่อหัวแรงงาน อยู่ระหว่าง 13,000 -15,000 บาท/เดือน
- สระแก้ว 372,037 คน GPP ต่อหัวแรงงาน อยู่ระหว่าง 10,000 - 13,000 บาท/เดือน
- ตรัง 375,708 คน GPP ต่อหัวแรงงาน อยู่ระหว่าง 15,000 -20,000 บาท/เดือน
สะท้อนว่าแรงงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคเศรษฐกิจที่มูลค่าเพิ่มต่ำ เช่น
- เกษตรขั้นต้น
- ค้าปลีกรายย่อย
- งานบริการพื้นฐาน
คนทำงาน 1 คน จังหวัดไหนสร้างเงินได้มากที่สุด?
หากเห็นภาพให้ชัด เปรียบเทียบระหว่างระยอง และ แม่ฮ่องสอน คนทำงาน 1 คน จังหวัดไหนสร้างเงินได้มากที่สุด
แรงงาน 1 คน ระหว่าง ระยอง VS แม่ฮ่องสอน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่างกันถึง 13 เท่า แม้ จ.ระยอง จะไม่ได้มีจำนวนมากที่สุด แต่แรงงาน 1 คนสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงสุดของประเทศ
ทำให้เห็นว่า ปัญหาของไทยไม่ใช่คนไม่ทำงาน แต่คือทำงานหนักขึ้นเท่าไร รายได้กลับเพิ่มไม่ทันค่าครองชีพ ซึ่งบางจังหวัดที่ใช้แรงงานน้อย แต่สร้างเงินมหาศาล
ปัจจัยหลักที่แรงงานใน ระยอง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากที่สุด เนื่องจาก แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรม เช่น
- อุตสาหกรรมพลังงาน
- ปิโตรเคมี
- เขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
จากข้อมูลของ GISTDA สะท้อนว่า หากระบบเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาการใช้แรงงานจำนวนมาก ในกิจกรรมที่มูลค่าเพิ่มต่ำ ประเทศอาจจะเผชิญปัญหา ทั้ง
- คนทำงานหนักขึ้น
- รายได้โตช้า
- หนี้ครัวเรือนสูง
- กำลังซื้ออ่อนแอ
- ความเหลื่อมล้ำระหว่างจังหวัดขยายตัว
ทางออกจึงไม่ใช่ “เพิ่มจำนวนคนทำงาน” แต่อาจจะต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าสูงขึ้น เช่น การใช้เทคโนโลยีใรอุตสาหกรรมขั้นสูง
การผลักดันการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ พัฒนาภาคการเกษตรมูลค่าสูง หรือการมุ่งสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นต้น แผนที่แรงงานของไทย จาก GISTDA กำลังสะท้อนความจริงสำคัญว่า ประเทศไทยอาจไม่ได้มีปัญหา “คนตกงาน” เท่ากับปัญหา “คนทำงานแล้วไม่รวยขึ้น” ซึ่งอาจเป็นโจทย์เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของไทยในระยะยาว
ที่มา : GISTDA / กรมการจัดหางาน / สศช.
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB