ผลเยือนสหรัฐฯ ไทย มั่นใจ! เคลียร์ USTR จบ
“ศุภจี” เผย ผลเยือนสหรัฐฯ หารือ USTR ปมมาตรา 301 หวังปิดดีลการค้าภายใน มิ.ย.นี้ มั่นใจ! ไทย ชี้แจงได้ครบ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากสหรัฐฯ ว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของทีมไทยแลนด์ คือ การหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR เกี่ยวกับการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 โดยฝ่ายไทยได้ชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นที่สหรัฐฯ สอบถาม หลังจากไทยส่งคำชี้แจงอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมี 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญหาเรื่อง Excess Capacity (กำลังการผลิตส่วนเกิน) และปัญหามาตรฐานแรงงาน (Forced Labor)
การหารือครั้งนี้ เป็นการพูดคุยในภาพรวมและหลักการ โดยฝ่ายไทยมั่นใจว่า สามารถตอบข้อซักถามของสหรัฐฯ ได้ครบถ้วน และไม่น่ามีประเด็นเพิ่มเติมที่สหรัฐฯ จะนำมาโต้แย้ง พร้อมยืนยันว่า ไทยมีข้อมูลและหลักฐานรองรับทุกประเด็นที่ชี้แจงไป
“ฝ่ายไทย มั่นใจว่า สามารถตอบข้อซักถามของสหรัฐฯ ได้ครบถ้วน และไม่น่ามีประเด็นที่สหรัฐฯ จะนำมาโต้แย้งเพิ่มเติม เพราะเรามีข้อมูลและหลักฐานรองรับในทุกประเด็น”
สำหรับรายละเอียดเชิงเทคนิค จะมีการหารือเพิ่มเติมระหว่างทีมเทคนิคของทั้งสองฝ่ายในวันที่ 13-14 พฤษภาคมนี้ โดยฝ่ายไทยจะนำโดย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยคณะเจรจาการค้า ผู้แทนการค้าไทย กระทรวงการต่างประเทศ
นอกจากนี้ ไทยและสหรัฐฯ ยังได้หารือเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้า หรือ Trade Relationship ซึ่งยังมีบางประเด็นค้างจากการเจรจาในช่วงที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันที่จะเร่งหาข้อสรุปให้ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ทันก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศภายใต้มาตรา 301
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งเป้าจะพิจารณาผลการดำเนินการต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดกรอบเวลาของมาตรา 122 แม้ล่าสุดจะมีข่าวว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาทบทวนรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับมาตรานี้ แต่ไทยยังคงมั่นใจว่า สามารถชี้แจงข้อมูลทุกขั้นตอนได้ครบถ้วน และจะรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย รวมถึงดูแลความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศอย่างเต็มที่
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ ยังได้เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit ร่วมกับภาคเอกชนไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ในนามทีมไทยแลนด์ โดยมีภารกิจสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านนวัตกรรม ความสามารถของผู้ประกอบการไทย และโอกาสในการลงทุนร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ
สำหรับการเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit ภาคเอกชนไทย ได้มีโอกาสนำเสนอศักยภาพของธุรกิจไทยต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ไทยยังได้ใช้เวทีดังกล่าวสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมรองรับการลงทุนจากต่างชาติ ทั้งด้านนโยบายเศรษฐกิจ การค้า และการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน
หลังจากนั้น คณะไทยยังได้เข้าร่วมงานพบปะผู้ประกอบการรายใหญ่ของสหรัฐฯ ภายใต้ US-ASEAN Business Council ซึ่งเป็นโอกาสในการหารือและเจรจาถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย โดยได้อธิบายวิสัยทัศน์ด้านนโยบายเศรษฐกิจและการค้าของรัฐบาลไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น
ขณะที่ ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนของไทยจำนวนมาก โดยไทยได้ชี้แจงถึงแนวทางสนับสนุนการลงทุน เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ ส่งเสริมการสร้าง Supply Chain ในไทย การจ้างงานคนไทย รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน
นอกจากนี้ คณะไทยยังได้หารือกับ US Chamber of Commerce ซึ่งเป็นอีกกลุ่มสำคัญของภาคธุรกิจสหรัฐฯ โดยผู้ประกอบการสหรัฐฯ ให้ความสนใจความคืบหน้าการเจรจาเรื่องภาษีและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งฝ่ายไทยได้ชี้แจงสถานการณ์และแนวทางการเจรจา เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนสหรัฐฯ เดินหน้าลงทุนในไทยต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB