นัดแรกถกรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน ตั้งกรอบเคลียร์ปมภายใน 60 วัน
“พลังงาน-ภาคประชาชน” นัดแรกถกรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน พร้อมเสนอ 8 ข้อเร่งด่วน ตั้งกรอบ 60 วันเคลียร์ปมน้ำมัน-ค่าไฟฟ้า
วันนี้ (8 พ.ค.69) ที่กระทรวงพลังงาน มีการประชุมระหว่างกระทรวงพลังงานและภาคประชาชนเป็นคณะทำงานร่วมพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นธรรมนัดแรก หลังนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้แต่งตั้งขึ้น
โดยมีนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าทีมสุดซอย เป็นประธานการประชุม ขณะที่ภาคประชาชนนำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน , นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค และประธานกรรมการนโยบายสภาองค์กรของผู้บริโภค
รวมถึงเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ทั้งสิ้นจำนวน 12 คน
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ในฐานะโฆษกภาคประชาชน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ภาคประชาชนตอบรับเข้าร่วมคณะทำงาน เพราะยังมีความหวังต่อแนวทางการทำงานของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และต้องการผลักดันการปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบให้เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ ภาคประชาชนได้เสนอแนวทางปรับโครงสร้างพลังงาน 8 ด้าน ครอบคลุมเรื่องน้ำมัน ค่าไฟฟ้า พืชพลังงาน กองทุนน้ำมัน และ Solar Rooftop แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันเห็นว่ามีหลายประเด็นเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
โดยภาคประชาชนมองว่าช่วงที่ผ่านมาเกิด “กำไรส่วนเกิน” จากค่าการกลั่นและการกักตุนในธุรกิจน้ำมัน โดยเห็นว่าค่าการกลั่นควรอยู่ราว 2 บาทต่อลิตร แต่เดือนมีนาคมอยู่ที่ 7.23 บาท และเดือนเมษายนสูงถึง 11.81 บาท จึงเสนอให้กระทรวงพลังงานหยุดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อชดเชยหนี้เดิม และนำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นหรือการกักตุนกลับคืนมาแทนการผลักภาระให้ประชาชน
พร้อมแสดงความกังวลกรณีรัฐบาลเตรียมวงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน โดยเสนอให้ชะลอการจ่ายเงินไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ชัดเจน รวมถึงเสนอให้ทบทวนการใช้น้ำมัน B20 และ E20 หากต้นทุนสูงกว่าน้ำมันปกติ เพราะอาจทำให้กองทุนน้ำมันแบกรับภาระเพิ่ม ขณะที่เกษตรกรอาจไม่ได้ประโยชน์เต็มที่
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ควบคุมค่าการตลาดน้ำมันตามมติ กบง. เดิมที่กำหนดให้เบนซินและแก๊สโซฮอล์มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.85 บาทต่อลิตร และดีเซลไม่เกิน 1.50 บาทต่อลิตร หลังปัจจุบันค่าการตลาดยังสูงกว่ากรอบดังกล่าว ซึ่งมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ประชาชนแบกรับราคาน้ำมันแพง
ส่วนข้อเสนอด้านค่าไฟฟ้า ภาคประชาชนเสนอให้รัฐเร่งแก้ต้นทุนค่าไฟฐานก่อนใช้ระบบค่าไฟแบบขั้นบันได โดยเฉพาะการทบทวนค่า Adder และค่าพร้อมจ่าย รวมถึงผลักดัน Solar Rooftop ผ่านระบบ Net Metering เพื่อช่วยให้ประชาชนคืนทุนได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนยังเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างราคาพลังงานโดยละเอียด ทั้งข้อมูลค่าการกลั่น ราคาน้ำมันอ้างอิงสิงคโปร์ ฐานะกองทุนน้ำมัน และข้อมูลกำไรของโรงกลั่น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ คณะทำงานตั้งเป้าสรุปผลภายใน 60 วัน ผ่านการประชุมทั้งหมด 4 ครั้ง โดยครั้งถัดไปจะหารือเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนน้ำมัน และเชื้อเพลิงชีวภาพ ก่อนต่อด้วยประเด็นก๊าซ LPG และ Solar Rooftop ตามลำดับ
พร้อมกันนี้ นายพงศ์พล ยืนยันว่า กระทรวงพลังงานพร้อมเปิดเผยข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและให้ประชาชนตรวจสอบได้มากขึ้น แต่บางข้อมูลอาจต้องพิจารณาไม่ให้กระทบต่อความลับทางการค้าของเอกชน
พร้อมชี้แจงว่า วงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาทของกองทุนน้ำมัน ขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายออกไป และตามโครงสร้างเป็นการชดเชยให้ผู้ค้าน้ำมัน ไม่ใช่โรงกลั่นโดยตรง ขณะเดียวกันรัฐมนตรีได้สั่งตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำมันย้อนหลัง เพื่อดูว่ามีส่วนใดเข้าข่ายได้รับ “ลาภลอย” หรือกำไรผิดปกติหรือไม่
ส่วนประเด็นค่าไฟฟ้า นายพงศ์พล ระบุว่า กระทรวงได้เริ่มดำเนินการเจรจาปรับลดค่า Adder แล้ว ขณะที่แนวทางส่งเสริม Solar Rooftop ปัจจุบันได้เพิ่มสัดส่วนรับซื้อไฟฟ้าคืนจาก 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ แม้ยังเป็นระบบ Net Billing แต่ยอมรับว่าในอนาคตอาจพัฒนาไปสู่ Net Metering ได้
ทั้งนี้ การประชุมคณะทำงานครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยจะมุ่งเน้นประเด็นกองทุนน้ำมัน น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันชีวภาพเป็นหลัก พร้อมคาดว่าจะมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเข้าสู่การพิจารณาในครั้งต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB