"เด็กเกิดน้อยลง" ร้านขายชุดนักเรียนโอด ฉุดยอดขายร่วง
"เด็กเกิดน้อยลง" ร้านขายชุดนักเรียนโอด ยอดขายร่วงกว่า 50% ซ้ำเศรษฐกิจแย่ทำผู้ปกครองลดการซื้อ พาณิชย์ยันยังตรึงราคาแม้ต้นทุนพุ่ง
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายเครื่องแบบนักเรียน บริเวณย่านวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ได้แก่ บริษัท ธนบุรีศึกษา จำกัด , ร้าน ส.ช้างศึกษา และห้างตราสมอ ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายเครื่องแบบนักเรียนสำคัญ พบว่าราคาชุดนักเรียนส่วนใหญ่ยังคงราคาเดิมจากปีก่อน แม้ผู้ประกอบการจะเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะที่บางร้านเริ่มปรับลดการสต๊อกสินค้า หลังกังวลแนวโน้มเด็กเกิดใหม่ลดลง ส่งผลต่อยอดขายระยะยาว
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ชุดเครื่องแบบนักเรียนยังมีราคาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการและตัวแทนจำหน่ายต่างให้ความร่วมมือช่วยเหลือผู้ปกครองในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยการตรึงราคาสินค้าไว้
โดยผู้ประกอบการหลายร้านมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจปีนี้ทำให้ต้องช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง จึงยังคงขายในราคาเดิม พร้อมจัดโปรโมชั่นเพิ่มเติม เช่น ปักชื่อโรงเรียน ตัวย่อ หรือเลขประจำตัวนักเรียนฟรี เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว
ส่วนภาพรวมยอดขายชุดนักเรียนปีนี้ นายจิรวุฒิ ระบุว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่า ทรงๆ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากหลายครอบครัวต้องประหยัดค่าใช้จ่าย หากชุดนักเรียนเดิมยังสามารถใส่ได้ ก็จะให้บุตรหลานใช้ต่อไปก่อน
พร้อมกันนี้ กรมการค้าภายในยังได้กำชับผู้ประกอบการว่า หากเป็นสินค้าสต๊อกเก่าควรจำหน่ายในราคาเดิม โดยเฉพาะชุดลูกเสือ ซึ่งแม้กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางลดบทบาทการใช้ชุดลูกเสือ แต่ยังมีนักเรียนบางกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้ จึงไม่ควรปรับขึ้นราคา
ด้านนางสาวนิธิปภา ลิ้มรทีพงษ์ เจ้าของร้านธนบุรีศึกษา กล่าวว่า หลังช่วงสงกรานต์ยอดขายปรับลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาทรงตัวในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โดยประเมินว่ายอดขายทั้งปีอาจลดลงประมาณ 5-10% ปัจจัยหลักมาจากเรื่องเศรษฐกิจ อีกทั้งผู้ปกครองก็ยังใช้ชุดเดิมของปีที่แล้วที่ยังใส่ได้อยู่
นางสาวนิธิปภา ยังยอมรับว่า ปัญหาเด็กเกิดน้อยลงเริ่มส่งผลต่อการวางแผนธุรกิจในระยะยาว ทำให้ร้านต้องปรับลดปริมาณสต๊อกสินค้า โดยปีนี้ลดการสั่งสินค้าลงประมาณ 10% และใช้วิธีทยอยเติมสินค้าเมื่อของเริ่มหมด
แม้ต้นทุนบางประเภทจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ร้านยังคงตรึงราคาชุดนักเรียนไว้เท่าเดิม โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนมากขึ้นคือกลุ่มเครื่องเขียน พลาสติก และโฟม ซึ่งปรับขึ้นประมาณ 10-15%
ขณะที่นายวุฒิศักดิ์ จิรบรรเจิด เจ้าของร้านส.ช้างศึกษา กล่าวว่า ปีนี้ผู้ปกครองลดจำนวนการซื้อชุดนักเรียนลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมซื้อครั้งละ 2-3 ชุด เหลือเพียงชุดเดียว หรือบางรายซื้อเฉพาะเสื้อเท่านั้น ส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างชัดเจนและประเมินว่าปีนี้อาจลดลงไม่ต่ำกว่า 50% ปัจจัยสำคัญมาจากจำนวนเด็กที่เกิดใหม่ลดลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้ปกครองระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แม้ต้นทุนสินค้าจะเพิ่มขึ้น แต่ร้านยังจำเป็นต้องตรึงราคาเดิม เพราะหากปรับขึ้นราคาจะยิ่งขายยาก
อีกทั้งยอมรับว่าสถานการณ์ปีนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบกว่า 20 ปี นับตั้งแต่เปิดร้านมา และเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม PPTV Wealth ได้ทำการสำรวจราคาชุดนักเรียน-ชุดลูกเสือ-ชุดเนตรนารีในพื้นที่ดังกล่าว พบว่า
•ชุดนักเรียนระดับประถม-มัธยม•
-เสื้อ(ผู้ชาย) ราคาเริ่มต้น 185-260 บาท
-กางเกง (ผู้ชาย) ราคาเริ่มต้น 225-390 บาท
-เสื้อ (ผู้หญิง) ราคาเริ่มต้น 190-275 บาท
-กระโปรง (ผู้หญิง) ราคาเริ่มต้น 250-320 บาท
-รองเท้า (ผู้ชาย) ราคาเริ่มต้น 330-350
-รองเท้า (ผู้หญิง) ราคาเริ่มต้น 330 บาท
-เสื้อกล้าม ราคาเริ่มต้น 60-80 บาท
-เข็มขัด ราคาเริ่มต้น 55-70 บาท
•ชุดลูกเสือ•
-เสื้อ ราคาเริ่มต้น 290-350 บาท
-กางเกง ราคาเริ่มต้น 333-560 บาท
-รองเท้าสีกากี ราคาเริ่มต้น 330-370 บาท
-หมวกลูกเสือ ราคาเริ่มต้น 50 บาท
-ผ้าพันคอ ราคาเริ่มต้น 30-40 บาท
-เข็มขัด ราคาเริ่มต้น 60-70 บาท
-วอกเกิ้ล ราคาเริ่มต้น 7-10 บาท
-ถุงเท้า ราคาเริ่มต้น 40-50 บาท
•ชุดเนตรนารี•
-เสื้อ ราคาเริ่มต้น 290-350 บาท
-กระโปรง ราคาเริ่มต้น 315 บาท
-หมวกเนตรนารี ราคาเริ่มต้น 65 บาท
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังจัดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส : เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” Back To School 2026 ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 ลดราคาสินค้าและบริการด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ สูงสุดถึง 86% เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB