เดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จำเป็นเพื่อ"ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ"
“เอกนิติ” ยัน เดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จำเป็นเพื่อ "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" รับมือวิกฤตค่าครองชีพ พลังงาน หากไม่เร่งแก้ กระทบคนตกงาน-ธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ศึกษา เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพราะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ว่า การออกพ.ร.ก.ดังกล่าว เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพราะขณะนี้กำลังเกิดวิกฤตปากท้องและค่าครองชีพของประชาชน วิกฤตครั้งนี้ เป็นปัญหาที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ และทุกประเทศมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชนของตัวเอง
โดยมองว่า วิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากวิกฤตปี 2540 อย่างชัดเจน เพราะตอนนั้นเป็นวิกฤตค่าเงินและแบงก์ล้ม แต่ปัจจุบันเป็นวิกฤตค่าครองชีพ พลังงาน และปากท้องของประชาชน
"รัฐบาล ยังคงยืนยันว่า มีความจำเป็นเร่งด่วน และได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบในคณะรัฐมนตรี หากไม่ทำในวันนี้ วิกฤตจะมาเป็นหลายระลอก"
สำหรับวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น เริ่มจาก “วิกฤตสงคราม” จากนั้น จะตามมาด้วย “วิกฤตราคาพลังงานและราคาน้ำมัน” ต่อด้วย “วิกฤตต้นทุน” ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นชัดแล้วว่าเงินเฟ้อกำลังปรับสูงขึ้น และระลอกถัดไปจะเป็น “วิกฤตค่าครองชีพ”
หากปล่อยให้ปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้ประชาชนหดตัว และธุรกิจรายเล็กไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง จะนำไปสู่ปัญหาคนตกงาน โดยธุรกิจรายย่อยจะได้รับผลกระทบก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งดำเนินการผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะเดินหน้าต่อโดยไม่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ร.ก.ดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้วหลังประกาศ 1 วัน ดังนั้น รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าดำเนินการต่อ
ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่า วงเงิน “ 2 แสนล้านบาทหลัง” อาจใช้ผ่านงบประมาณปกติได้ ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.นั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่ควรแยกวงเงินสองแสนแรกและสองแสนหลังออกจากกัน เพราะทั้งหมดอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์เดียวกันของวงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลต้องการทั้งเยียวยา และช่วยให้ประชาชนสามารถปรับตัวหลังวิกฤตไปพร้อมกัน เพื่อให้หลังผ่านวิกฤตแล้ว ประชาชนและธุรกิจกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาได้พร้อมกันหลายด้าน ทั้งลดผลกระทบ และสร้างความแข็งแรงในระยะยาว
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า หลายประเทศมองว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงด้านวิกฤตพลังงานมากกว่าหลายประเทศ เพราะต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ดังนั้น จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านลดผลกระทบให้กับประชาชน หากยังพึ่งพาน้ำมันสูง ขณะที่ สงครามโลกยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อใด ไทยอาจถูกกระทบจากราคาพลังงานซ้ำหลายระลอก และสุดท้ายผลกระทบจะตกไปที่ประชาชน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB