ลุยโชว์รูม ตรวจสอบฉลากรถ EV หลังร้องเรียนพุ่ง ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่งและโฆษณาเกินจริง
เอาจริง ลุยโชว์รูม ตรวจสอบฉลากรถ EV หลังร้องเรียนพุ่ง ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่งและโฆษณาเกินจริง เร่งทำ "E-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า" จ่อชง ครม. เพิ่มแบตเตอรี่-แท่นชาร์จ เป็นสินค้าควบคุม
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค ลงพื้นที่ตรวจสอบการแสดงฉลากรถยนต์ไฟฟ้า ที่โชว์รูม BYD Hi-Class สาขาลาดพร้าว ต่อด้วยโชว์รูม OMODA & JAECOO สาขาลาดพร้าว เพื่อกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยฉลากสินค้าอย่างเคร่งครัด สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการเดินหน้าต่อเนื่องหลังจากได้เชิญผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20 แบรนด์และสภาองค์กรของผู้บริโภคเข้าหารือร่วมกัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา 3 ด้านที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค คือ ชำรุด ลอยแพ ราคาดิ่ง จากสถิติการร้องทุกข์รวมกว่า 1,348 ราย จึงตัดสินใจลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทันที
เนื่องจากฉลากคือเครื่องมือแรกและสำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค ขณะเดียวกันรัฐบาลให้การสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทย เพื่อให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างมีมาตรฐาน รองรับการใช้พลังงานสะอาด มีความรับผิดชอบ และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
โดยนางสาวศุภมาส ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ย้ำว่า รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อความฉลากให้เห็นและอ่านชัดเจนที่ตัวรถ ครบทุกรายการ ทั้งชื่อสินค้า รุ่น เครื่องหมายการค้า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รายละเอียดทางเทคนิค ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ ระยะทางการใช้งาน วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือนด้านความปลอดภัย รวมถึงราคาและเงื่อนไขการรับประกัน
ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงฉลากที่มีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน เห็นและอ่านได้ชัดเจนที่ตัวรถ หากผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
นางสาวศุภมาส กำชับด้วยว่า ช่วงที่ผ่านมานอกจาก ปัญหา 3 ด้าน ชำรุด ลอยแพ ราคาดิ่ง ที่โดนร้องเรียนเข้ามาเยอะแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องการโฆษณา โดยเฉพาะระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ดังนั้นจึงกำชับผู้ขายต้องระบุให้ชัดว่าอ้างอิงมาตรฐานใดในการทดสอบ พร้อมเงื่อนไขการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วเฉลี่ย อุณหภูมิ สภาพเส้นทาง รูปแบบการขับขี่
ขณะที่การโฆษณาของแถม สิทธิประโยชน์ การรับประกันแบตเตอรี่ ก็มีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามาเช่นเดียวกัน ดังนั้นยึงขอย้ำให้ผู้ประกอบการต้องระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข วันเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ชัดเจน
อีกทั้งล่าสุดได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งจัดทำ "E-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า" เพื่อรวบรวมข้อมูลทางเทคนิค ข้อดี ข้อเสีย และสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย นำมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลศึกษาเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเดินทางไปยังโชว์รูม ซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มความปลอดภัยในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานมากที่สุด
นอกจากนี้เปิดเผยด้วยว่า สมอ. เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอคุมเข้มชิ้นส่วนยานยนต์ EV ได้แก่ แบตเตอรี่ รวมถึงแท่นชาร์จ และบังคับใช้มาตรฐานสินค้าควบคุมตาม พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยความคืบหน้าล่าสุดคาดว่าภายใน 2 เดือน สมอ. จะสามารถนำรายละเอียดต่างๆ เสนอต่อครม. เพื่อพิจารณาได้
สำหรับความกังวลเรื่องสถานการณ์ราคารถยนต์ไฟฟ้าที่เคยปรับลดลงอย่างรวดเร็วนั้น ชี้แจงว่า กลไกราคาในขณะนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะนิ่งและมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยบวกจากการที่ผู้ประกอบการได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จนเกิดการจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดเดิมๆ ในเรื่องการนำเข้า ปัญหาการขาดแคลนอะไหล่ รวมถึงการขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยการตั้งฐานผลิตในไทยยังส่งผลให้เกิดห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chain และมีการจ้างงานแรงงานไทยในแต่ละโรงงานนับหมื่นคน ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมมีความคงที่และสามารถบริหารจัดการได้ดีกว่าในอดีต
นอกจากนี้ การที่ปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในไทยมากกว่า 30-40 แบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ส่งผลให้ค่ายรถยนต์แต่ละแบรนด์ต้องเร่งสร้างมาตรฐานในการดูแลลูกค้าและการบริการหลังการขายเพื่อชิงยอดขาย แทนการแข่งขันด้วยสงครามราคาเพียงอย่างเดียว โดยเชื่อว่าหลังจากนี้กลไกราคารถยนต์ไฟฟ้าจะเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับรถยนต์สันดาปทั่วไปตามกลไกตลาดปกติ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการหันมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้นในระยะยาว
ทั้งนี้ นางสาวศุภมาส ได้แนะนำผู้บริโภคว่า ควรตรวจสอบฉลากดังกล่าว ก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์ทุกครั้ง รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชัน และการโฆษณาให้ชัดเจน ทั้งของแถม ระยะเวลาส่งมอบรถ และบริการหลังการขาย เพื่อป้องกันปัญหาไม่ได้รับสิทธิตามที่ตกลงไว้ หรือถูกโฆษณาเกินจริง และปัญหาบริการหลังการขายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ด้านความเห็นจากฝั่งผู้ประกอบการ นายชนินท์ เล็กสมฤทธิ์ ผู้จัดการศูนย์บริการ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู จำกัด สาขาลาดพร้าว ระบุว่า ทางบริษัทฯ ยินดีสนับสนุนและเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เนื่องจากนโยบายดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้รถ EV ค่อนข้างเยอะและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยจากวิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันแพงและปัญหา Pm 2.5
สำหรับมุมมองต่อโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ นายชนินท์ ให้ความเห็นว่า โครงการนี้มีปัจจัยที่ต้องพิจารณา 2 ด้าน โดยในแง่หนึ่งหากประชาชนใช้รถยนต์มานานกว่า 10-15 ปี การนำมาแลกเป็นรถใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจทำให้ผู้บริโภคมีภาระเรื่องเงินดาวน์สูงและเลือกที่จะใช้รถคันเดิมต่อไปก่อนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจน จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการตัดสินใจสำหรับกลุ่มผู้ใช้รถที่ต้องการหนีปัญหาค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์การประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้โดยตรง
นอกจากนี้ นายชนินท์ยังได้ให้ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐถึงเกณฑ์การพิจารณานำรถเก่ามาแลกรถใหม่ว่า ควรมีการตรวจสอบข้อมูลใน 3 ประเด็นหลัก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการตีราคา ได้แก่ ลักษณะการใช้งาน ประวัติการครอบครอง และสภาพตัวรถ เพื่อให้ราคารถเก่าที่จะนำมาแลกนั้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง และเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB