ไทย ยังห่าง "Stagflation" แม้ GDP เสี่ยงโตต่ำกว่า 1.5% เงินเฟ้อพุ่ง
ไทย ยังห่าง "Stagflation" แม้ GDP เสี่ยงโตต่ำกว่า 1.5% เงินเฟ้อพุ่ง ย้ำ ยังไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยตามเศรษฐกิจโลก
นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและทิศทางนโยบายการเงินของไทย ว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อจนถึงสิ้นปี ซึ่งอาจส่งผลให้ GDP ไทยเติบโตต่ำกว่า 1.5% และดันเงินเฟ้อพุ่งสูงเกิน 5% แต่ ธปท. ยังเชื่อมั่นว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะไม่นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง (Stagflation)
ส่วนเรื่องเงินเฟ้อในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเงินเฟ้อไม่ลดลงตามคาด และค้างอยู่ที่ระดับ 5% หรือ พุ่งไปถึง 7% ในปีหน้า 2570
จะถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งตามตำราเศรษฐศาสตร์ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ธนาคารกลางทั่วโลกมักจะเลือกใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดโดยการ "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
แม้จะต้องแลกกับการทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ช่วงปี 1980 แต่อย่างไรก็ตาม ธปท. ย้ำว่า สถานการณ์ของไทยในปัจจุบันยังห่างไกลจากจุดนั้นมากจึงอาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นตาม
ส่วนทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ กนง. มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจแล้ว ดังนั้น ไทย ไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยตามตลาดโลก เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก ไทย อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ และพื้นฐานเงินเฟ้อของไทยก่อนหน้านี้อยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ต่างจากธนาคารกลางอื่นที่เงินเฟ้อพุ่งสูงเกินเป้าหมายไปมาก
อย่างไรก็ตาม ธปท. จะยังคงติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการประชุม กนง. นัดถัดไป เพื่อดูว่ามีปัจจัยใดที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB