ฟื้น คณะกรรมการร่วมภาครัฐ-เอกชน (กรอ.) หลังบิ๊กธุรกิจยกทัพยื่นข้อเสนอรัฐบาลถึงทำเนียบ
บิ๊กธุรกิจ นายกฯ อนุทิน เสนอ 4 ข้อ พบ ด้านรัฐบาลรับเป็นวาระเศรษฐกิจเร่งด่วน ฟื้นคณะกรรมการร่วมภาครัฐ-เอกชน (กรอ.) ตั้งระบบติดตามผลร่วมรัฐ–เอกชน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์หลังการหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ระบุว่า ภาคเอกชนเสนอ 4 ประเด็นสำคัญกับรัฐบาล ดังนี้
1.ด้านการลงทุน ทั้งลงทุนและบริหารจัดการด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ลงทุนด้านพลังงานสะอาด
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งลงทุนด้านพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid และการปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าให้รองรับพลังงานสะอาดในอนาคต
2. การลงทุนพัฒนาคน โดยภาคเอกชนเห็นว่าเทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว ไทยจึงต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงาน ทั้งการรีสกิลและอัปสกิล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ รวมถึงต่อยอดจากการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่คลาวด์เซอร์วิส AI และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
3. การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ หรือ New Growth Engine โดยภาคเอกชนเสนอให้ไทยต่อยอดจุดแข็งเดิม เช่น Wellness Tourism และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรสมัยใหม่ รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ที่ไทยเริ่มมีฐานการลงทุนรองรับแล้ว
พร้อมกันนี้ ภาคธนาคารยังเสนอให้สนับสนุนการควบรวมกิจการในบางธุรกิจ เพื่อสร้างองค์กรขนาดใหญ่ที่แข็งแรงพอแข่งขันในระดับภูมิภาค และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินและดิจิทัลฮับของอาเซียน
4. การปลดล็อกอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนราชการ โดยเฉพาะปัญหาการขออนุญาตใช้ที่ดิน การขอใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ใช้เวลานาน รวมถึงปัญหาพื้นที่ลำรางสาธารณะและข้อกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน โดยยกตัวอย่างโครงการ BOI FastPass ที่ทำให้เกิดการลงทุนจริง นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ตั้งศูนย์การปราบปรามคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม การหารือกันครั้งนี้ ภาคเอกชนมองว่าไทยยังมีโอกาส ท่ามกลางวิกฤตและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความผันผวน โดยยังมีนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิต บุคลากร และห่วงโซ่อุปทานต่างๆ มายังภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง
ฟื้น คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)
โดยในที่ประชุมได้ตกลงที่จะฟื้นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรีอ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อผนึกกำลัง “รัฐ–เอกชน” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นระบบ สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลัง และ สภาพัฒน์ดำเนินการต่อ เพื่อนำข้อเสนอทั้งหมดมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
โดยหากเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณต้องเน้นรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ที่เอกชนเป็นตัวนำและรัฐเป็นผู้สนับสนุน ควบคู่กับการใช้ยุทธศาสตร์ 4T ผ่านยุทธศาสตร์ 4T ประกอบด้วย
1.Target มุ่งเป้าหมายให้ชัดเจน
2.Transition การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
3.Transform การปฏิรูปทักษะทรัพยากรมนุษย์
4.Together การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน
เอกชนห่วงเงินเฟ้อ ซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพ
ส่วนข้อเป็นห่วงจากภาคเอกชน คือ "เงินเฟ้อ" ที่กำลังซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพ โดยเฉพาะคนตัวเล็ก และ SMEs โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้ผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายสู่ประชาชนและภูมิภาคต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังเสนอให้เร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือระนอง ซึ่งถูกมองว่ามีศักยภาพสำคัญหลังเกิดปัญหาการขนส่งบริเวณชายแดนแม่สอด รวมถึงการเร่งก่อสร้างเส้นทางรถไฟช่วงชุมพร-ระนอง ซึ่งเป็น Missing Link สำคัญที่จะเชื่อมการขนส่งจากภาคเหนือสู่ท่าเรือฝั่งอันดามันได้อย่างสมบูรณ์
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากนี้ คือการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยภาคเอกชนพร้อมร่วมลงทุน ขณะที่ภาครัฐต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ปรับกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB