จากติดลบ 8 เดือน สู่เป้าส่งออกผลไม้ไทย 3 แสนล้านบาท
พาณิชย์” ตั้งเป้าดันส่งออกผลไม้ไทยปี 69 มูลค่าแตะ 3 แสนล้านบาท “ทุเรียน” นำทัพโกย 1.4 แสนล้าน โตต่อ 5%
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ที่เข้าไปดูแลตั้งแต่ช่วงก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดจนถึงระยะผลผลิตออกสู่ตลาด เริ่มสะท้อนผลเชิงบวกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเร่งผลักดันส่งออกผลไม้ไทยไปตลาดโลกก่อนเข้าสู่ฤดูกาลผลิต
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งทีมเจรจากับด่านการค้าในลาว เวียดนาม และจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ พร้อมมอบหมายทูตพาณิชย์ในจีนประสานผู้นำเข้า
จนมียอดสั่งซื้อทุเรียนปีนี้กว่า 1–1.1 ล้านตัน ขณะที่ทูตพาณิชย์ในเวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย สามารถหาตลาดรองรับมังคุดได้กว่า 1.5 แสนตัน
นอกจากนี้ ยังมีการเร่งทำตลาดผลไม้ไทยในจีน ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงขยายตลาดศักยภาพอย่างเกาหลีใต้และอินเดีย ตลอดจนตลาดสร้างภาพลักษณ์ เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ สหภาพยุโรป และเอเชียกลาง ควบคู่กับการเปิดช่องทางจำหน่ายทุเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศ ส่งผลให้การสั่งซื้อผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ผลจากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรในเดือนเมษายน 2569 ขยายตัว 17.9% หลังจากติดลบต่อเนื่องมา 8 เดือน โดยผลไม้สำคัญที่เติบโตสูง ได้แก่
1.) ทุเรียน เพิ่มขึ้น 109.5%
2.) เงาะ เพิ่มขึ้น 92.8%
3.) ลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 70%
สะท้อนความต้องการผลไม้ไทยในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตลาดในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ผนึกกำลังกับห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และภาคเอกชน จัดกิจกรรมจำหน่ายผลไม้และบุฟเฟต์ผลไม้ รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายผ่านตลาดกลาง ตลาดสด แพลตฟอร์มออนไลน์ และโครงการ “ไทยช่วยไทย” ผ่านที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ไทย และรถพุ่มพวง ตั้งเป้ากระตุ้นการบริโภคผลไม้ภายในประเทศไม่ต่ำกว่า 5 แสนตัน เพื่อเร่งกระจายผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แคมเปญ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลไม้เมืองร้อนคุณภาพของโลก
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสินค้าเกษตรเป็นรายเฟส โดยต้นน้ำมุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเอกชน รวมถึงสนับสนุนโครงการตรวจสอบคุณภาพย้อนกลับ (Q-Chain) สำหรับทุเรียนจังหวัดจันทบุรี
ขณะที่กลางน้ำ เร่งส่งเสริมการแปรรูปผลไม้และนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกิน เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและยกระดับราคา ส่วนปลายน้ำ เร่งรักษาตลาดเดิม เจาะตลาดใหม่ ขยายตลาดสินค้าแปรรูป และเพิ่มช่องทางขายผ่าน Live Commerce และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น TikTok รวมถึงการใช้ KOL และ Influencer ช่วยสร้างการรับรู้สินค้าไทย
ทั้งนี้ ยังเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรผ่านการสร้างแบรนด์ การต่อยอดสินค้าอัตลักษณ์และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมถึงใช้กลไก Contract Farming เพื่อสร้างระบบซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งถือว่าเริ่มเห็นผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเป้าหมายปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันการส่งออกผลไม้สดไทยขยายตัว 5% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.79 แสนล้านบาท และคาดว่าการส่งออกผลไม้สดและแปรรูปโดยรวมจะมีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านบาท
พร้อมคาดว่าการส่งออกทุเรียนทั้งสดและแปรรูปจะมีมูลค่าประมาณ 1.4 แสนล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน ขณะที่มังคุดทั้งสดและแปรรูป คาดมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทต่อเนื่องจากความต้องการในตลาดต่างประเทศที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB