"ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" เปิดลงทะเบียนร้านค้าใหม่ - ร้านค้าเก่า 25 พ.ค. นี้
"ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" เปิดลงทะเบียนร้านค้าใหม่ - ร้านค้าเก่า 25 พ.ค. นี้ เช็กคุณสมบัติร้านค้าที่มีสิทธิงทะเบียน
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หรือก่อนหน้านี้คือ โครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีมติอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แล้ว เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพ และผู้ประกอบการอย่างฉับพลัน รุนแรง มีความไม่แน่นอนสูง และมีแนวโน้มยืดเยื้อ
โดยรายละเอียดของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านสิทธิ และกลุ่มไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สำหรับคนทั่วไป ที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 30 ล้านสิทธิ รวมกว่า 43 ล้านสิทธิ
และเปิดให้ประชาชนกลุ่มไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ลงทะเบียนรับสิทธิครั้งแรกวันที่ 25 พ.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 เป็นต้นไป
สำหรับร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” แบ่งออกเป็น 2 ประเภทเช่นกันคือ ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส และร้านค้าใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 โดยมีการกำหนดคุณสมบัติ และรายละเอียดการลงทะเบียน ดังนี้
ไทม์ไลน์และขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับร้านค้าที่เคยเข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส”
- 25 พ.ค. 2569 กดแบนเนอร์เพื่อรับข้อตกลงและเงื่อนไข ของโครงการผ่านแอปฯ ถุงเงิน
- 1 มิ.ย. 2569 เริ่มรับสิทธิวันแรกร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เวลา 06:00 - 23:00 น.
- 10 มิ.ย. 2569 ร้านค้าเริ่มผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปฯ ถุงเงิน เวลา 06:00 - 23:00 น.
- 15 มิ.ย. 2569 เริ่มรับสิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เวลา 06:00 - 21:00 น.
- 30 ก.ย. 2569 สิ้นสุดโครงการ เวลา 23:00 น.
ไทม์ไลน์และขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับร้านค้าใหม่ ที่จะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40
- เปิดบัญชีกรุงไทยหรือสมัครเป็น ร้านค้าถุงเงินตรวจสอบคุณสมบัติ ร้านค้าเพื่อขออนุมัติ เข้าร่วมโครงการ
- 25 พ.ค. 2569 เปิดลงทะเบียนสำหรับ 'ร้านค้าใหม่' ยื่นเอกสารใบสมัครที่ได้รับการยืนยันประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา (ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา) จากนั้น กดแบนเนอร์เพื่อรับข้อตกลงและเงื่อนไข ของโครงการผ่านแอปฯ ถุงเงินหลังได้รับ SMS ยืนยันเพื่อเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
- 1 มิ.ย. 2569 เริ่มรับสิทธิวันแรกร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เวลา 06:00 - 23:00 น.
- 10 มิ.ย. 2569 ร้านค้าเริ่มผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปฯ ถุงเงิน เวลา 06:00 - 23:00 น.
- 15 มิ.ย. 2569 เริ่มรับสิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60 / 40) เวลา 06:00 - 21:00 น.
- 31 ก.ค. 2569 สิ้นสุดลงทะเบียน 'ร้านค้าใหม่' ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา (ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา)
- 30 ก.ย. 2569 สิ้นสุดโครงการ เวลา 23.00 น.
สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
1.เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้
1.1ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
1.2 ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้
- ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
- ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด
- ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้
2.1 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
2.2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
3.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)
4. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
5. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส
ประเภทสินค้าและบริการ
อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB