ทำไม “หนังแนวตั้ง” มาแรงแซงจอใหญ่ จนคนดูเริ่มเทใจให้จอมือถือ
Bnomics ธนาคารกรุงเทพ ชี้ หนังแนวตั้งมาแรงจากพฤติกรรมคนยุคดิจิทัล ที่ต้องการคอนเทนต์สั้น ดูง่าย เข้าถึงไว และพร้อมเลื่อนดูได้ทุกเวลา
จากอดีตที่ภาพยนตร์และวิดีโอแทบทั้งหมดถูกสร้างขึ้นใน “แนวนอน” ตามรูปแบบของโรงภาพยนตร์ โทรทัศน์ และจอคอมพิวเตอร์ วันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อ “หนังแนวตั้ง” กลายเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์มมือถือ
บทวิเคราะห์ของ Bnomics ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะรูปแบบใหม่ดูแปลกตา แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจดิจิทัลและวิธีใช้ชีวิตของผู้คน ที่มี “สมาร์ตโฟน” เป็นศูนย์กลางในแทบทุกกิจกรรมประจำวัน
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ “ความสะดวก” ซึ่งกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดของตลาดในยุคปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด Transaction Cost Economics หรือ “เศรษฐศาสตร์ต้นทุนธุรกรรม” ที่อธิบายว่า เมื่อผู้บริโภคเข้าถึงสิ่งใดได้ง่ายขึ้น ต้นทุนแฝงต่าง ๆ จะลดลง และทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้งานบ่อยขึ้น
หนังแนวตั้งจึงถูกออกแบบมาให้ “ดูได้ทันที” ไม่ต้องหมุนจอ ไม่ต้องตั้งใจดูนาน ไม่ต้องหาที่นั่ง หรือใช้เวลาตัดสินใจมาก ทุกอย่างถูกย่อให้สั้น กระชับ และเข้าถึงได้ในไม่กี่วินาที ส่งผลให้ผู้ชมเปิดดูคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น และดูต่อเนื่องนานขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ขณะเดียวกัน โลกยุคดิจิทัลยังเผชิญภาวะ ข้อมูลล้นเกิน หรือ Information Overload จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า Attention Economy หรือ เศรษฐกิจแห่งความสนใจ
บทวิเคราะห์ของ Bnomics อ้างถึงแนวคิดของ Herbert Simon ที่ชี้ว่า เมื่อข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้น สิ่งที่กลายเป็นทรัพยากรหายากไม่ใช่ข้อมูลอีกต่อไป แต่คือ “ความสนใจของมนุษย์”
ทุกวันนี้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับคลิป วิดีโอ ข่าว และโฆษณาจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน แต่เวลาและสมาธิของคนกลับมีจำกัด ส่งผลให้แพลตฟอร์มและผู้ผลิตคอนเทนต์แข่งขันกันดึงความสนใจให้เร็วที่สุด
หนังแนวตั้งจึงถูกออกแบบให้เปิดเรื่องเร็ว เล่าไว แบ่งตอนสั้น และจบในเวลาไม่นาน เพื่อให้สามารถดึงผู้ชมให้อยู่กับคอนเทนต์ได้ตั้งแต่วินาทีแรก เพราะหากช้าเพียงไม่กี่วินาที ผู้ชมก็พร้อมเลื่อนผ่านทันที
อีกปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตของหนังแนวตั้ง คือเทคโนโลยีที่ช่วยลด กำแพงการเข้าสู่อุตสาหกรรม หรือ Economics of Technology
นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ระบุว่า ในอดีตการผลิตวิดีโอหรือภาพยนตร์ต้องใช้เงินทุนสูง ทีมงานจำนวนมาก และอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ปัจจุบันสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียวก็สามารถถ่าย ตัดต่อ และเผยแพร่คอนเทนต์ได้ทันที ทำให้ใครก็สามารถเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ได้
ต้นทุนที่ลดลงนี้ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น เพราะมีผู้เล่นใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก และทำให้คอนเทนต์แนวตั้งเกิดขึ้นมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok, Facebook และ Instagram ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความนิยมของหนังแนวตั้ง ผ่านกลไก Network Effects หรือ “พลังของเครือข่าย”
ยิ่งมีคนดูมาก ระบบอัลกอริทึมก็ยิ่งผลักดันคอนเทนต์ให้ถูกมองเห็นมากขึ้น เกิดเป็นวงจร “ยิ่งดู ยิ่งดัง” ที่ช่วยให้คอนเทนต์บางชิ้นสามารถกลายเป็นไวรัลได้ข้ามคืน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมหาศาลเหมือนอุตสาหกรรมบันเทิงแบบเดิม
อย่างไรก็ตาม Bnomics มองว่า หนังแนวตั้งไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่ภาพยนตร์ในโรง แต่กำลังตอบโจทย์คนละช่วงเวลาของผู้บริโภคมากกว่า
ภาพยนตร์โรงยังคงมอบประสบการณ์ร่วม อารมณ์ และความลึกของการเล่าเรื่อง ขณะที่หนังแนวตั้งตอบโจทย์โลกที่เร่งรีบ และพฤติกรรมของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนมือถือเกือบตลอดเวลา
ในวันที่ทุกอย่างเคลื่อนเร็วขึ้น แม้แต่ “ความบันเทิง” ก็ถูกออกแบบให้สั้นลง ดูง่ายขึ้น และเข้าถึงได้ทันที และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังแนวตั้งไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB