BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้านบาท โปร่งใส-คุ้มค่า ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
บางจาก แจง BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้านบาท เพราะความจำเป็น ยันโปร่งใส-คุ้มค่า ราคาเป็นไปตามตลาดปัจจุบัน ย้ำ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากฯ พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ได้ร่วมกันชี้แจงหลังจากเกิดกระแสตั้งคำถามในสังคมเกี่ยวกับราคาซื้อขาย โครงสร้างธุรกรรม และขั้นตอนการอนุมัติโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี หรือการเข้าซื้อกิจการระบบขนส่งน้ำมันทางท่อของบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด หรือ ALT มูลค่าราว 9,000 ล้านบาท
เหตุผลความจำเป็นและการเลือกคลังน้ำมันเพชรบุรี
นายชัยวัฒน์ ระบุว่า เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนงไม่มีระบบคลังน้ำมันขนาดใหญ่เป็นของตนเอง ทำให้ต้องพึ่งพาคลังและระบบท่อส่งจากภายนอกมาโดยตลอด ประกอบกับปัจจุบันโรงกลั่นได้ขยายกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 120,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัทจึงต้องหาทางเลือกในการจัดเก็บน้ำมันและแก้ปัญหาโลจิสติกส์ ซึ่งได้ศึกษาหลายแนวทางมาตั้งแต่ปี 2553-2562 ทั้งการใช้คลังลอยน้ำ การเช่าคลัง และการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ
ทำให้สุดท้ายบริษัทเลือกโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี เนื่องจากตอบโจทย์ และเหมาะสมกับการขยายตัวของระบบ Supply Chain ขณะที่ปัจจุบันโครงการนี้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งถังจัดเก็บน้ำมัน เพิ่มจาก 16 ถัง เป็น 20 ถัง ความจุจัดเก็บ เพิ่มจาก 500 ล้านลิตร เป็น 720 ล้านลิตร ระบบท่อส่งน้ำมันเพิ่มจาก 3 ท่อ เป็น 5 ท่อ และท่าเทียบเรือ เพิ่มจาก 2 จุด เป็น 6 จุด
แจงปมมูลค่า 9,000 ล้านบาท และการปันส่วนสินทรัพย์
สำหรับข้อสงสัยเรื่องราคาซื้อขายปี 2565 ที่สูงกว่าปี 2553 นั้น นายชัยวัฒน์ ชี้แจงว่า ไม่สามารถนำตัวเลขในอดีตเมื่อ 13 ปีที่แล้วมาเปรียบเทียบตรงๆ ได้ เนื่องจากปัจจัยเงินเฟ้อ ค่าเงินที่เปลี่ยนไป และสภาพสินทรัพย์ในปัจจุบันที่มีศักยภาพสูงกว่าเดิมมาก
และในการประเมินมูลค่า BCPG ใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสดในอนาคต Discounted Cash Flow หรือ DCF โดยอ้างอิงรายได้จากสัญญาให้บริการคลังน้ำมัน และตั้งสมมติฐานแบบระมัดระวังด้วยการใช้อัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 50% ซึ่งมูลค่า 9,000 ล้านบาทนี้ อยู่ในกรอบที่ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ หรือ IFA เห็นชอบว่าสมเหตุสมผล
ทั้งนี้ ตามหลักบัญชีเมื่อมีการรับโอนกิจการ หรือ PPA มูลค่า 9,000 ล้านบาท ได้ถูกปันส่วนออกเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตน ประมาณ 6,490 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (มูลค่าสัญญาใช้บริการคลังน้ำมันในปัจจุบัน) ประมาณ 1,900 ล้านบาท สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสุทธิและสินทรัพย์อื่น ประมาณ 170 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลือ เป็นค่าความนิยมที่คาดว่าจะได้รับจากกระแสเงินสดในอนาคต
การรับรู้รายได้ และแผนสร้างมูลค่าเพิ่ม
นอกจากนี้ ระบุว่า โครงการนี้อยู่ภายใต้กลยุทธ์การปรับพอร์ตไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอระยะยาว โดยบริษัทได้เข้าถือหุ้น 100% และเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ซึ่งในปี 2568 มีอัตราผลตอบแทน อยู่ที่ประมาณ 9% ต่อปี คิดเป็นรายได้ประมาณ 900 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกลับมาเป็นกระแสเงินสดหมุนเวียนให้ BCPG ปีละประมาณ 700 - 800 ล้านบาท
โต้ข่าวลือ "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ยันผ่านบอร์ดถูกต้อง
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง บริษัทหลักทรัพย์ อวานการ์ด หรือที่ปรึกษาทางการเงินในดีลนี้ กับผู้บริหารของกลุ่มบางจาก นายชัยวัฒน์ชี้แจงว่า แม้ตนเองจะเคยเป็นที่ปรึกษาให้บางจากในอดีตช่วงปี 2545-2553 แต่หลังจากที่เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลากว่า 14 ปี ยืนยันว่า บล.อวานการ์ด ไม่เคยเข้าเป็นคู่สัญญาในธุรกรรมใดๆ ของบริษัทในกลุ่มบางจาก ทั้ง BCP, BCPG และ BBGI ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จึงไม่มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน
พร้อมยืนยันว่า การลงทุนครั้งนี้ผ่านขั้นตอนการกลั่นกรองและอนุมัติจากคณะกรรมการชุดย่อย ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการของ BCPG ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างครบถ้วนและโปร่งใส
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB