“ข้าวโพดไทยแพงสุดในโลก”หนุนนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์
กลุ่มปศุสัตว์ประสานเสียง หนุนนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ชี้ ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์-กดราคาเนื้อสัตว์ พร้อมย้ำ ไม่กระทบเกษตรกรไทย
สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย พร้อมพันธมิตร 4 สมาคมในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์และประมง ร่วมแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ โดยมีนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย
นายพรศิลป์ กล่าวว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกามีความจำเป็นด้วยเหตุผล 2 ประการ 1.เพื่อบรรเทาผลกระทบภาษีของสหรัฐ แม้ปัจจุบันศาลฎีกาสหรัฐฯ
มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก แต่ยังเป็นภัยคุกคามอยู่เนื่องจากสหรัฐใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% และเก็บสูงสุดได้ถึง 15% ไทยจึงมีความจำเป็นต้องเจรจาเปิดตลาดกับสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง 2.ภาคปศุสัตว์ต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยปัจจุบันไทยมีความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 9 ล้านตัน ผลผลิตในประเทศมีเพียง 5 ล้านตัน ขาดแคลน 4 ล้านตัน มีการนำเข้าประมาณ 3.2 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน 1.5 ล้านตัน และข้าวสาลี 1.7 ล้านตัน และยังขาดแคลนอีกประมาณ 0.8 ล้านตัน
รัฐบาลมุ่งเน้นปกป้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดไทย นอกจากประกาศดูแลราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้ ยังกำหนดให้ผู้นำเข้าข้าวโพดสหรัฐจะต้องซื้อข้าวโพดในประเทศในสัดส่วน 3 : 1 ก่อนการนำเข้า ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับข้าวสาลี ทำให้ปริมาณที่เปิดให้นำเข้าข้าวโพดสหรัฐ 1 ล้านตันนี้ไม่ได้มาทดแทนข้าวโพดไทย แต่เป็นจำนวนที่จะทดแทนข้าวสาลีที่นำเข้ามาอยู่แล้ว 1.7 ล้านตัน ส่วนปริมาณที่ยังขาดแคลน 0.8 ล้านตันยังคงอยู่เช่นเดิม
ปัจจุบันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยพุ่งสูงทะลุ 13 บาท/กก. สูงที่สุดในโลก ส่วนหนึ่งจากมาตรการควบคุมการนำเข้าของรัฐที่เข้มงวดขึ้นทุกปี การนำเข้าข้าวโพดในกรอบ AFTA ลดลงกว่าครึ่งจากมาตรการนำเข้าปลอดการเผา ผนวกกับภัยแล้งฝนมาล่าช้าทำให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวโพดล่าช้าตามไปด้วย ทำให้ข้าวโพดไทยมีราคาสวนทางกับราคาขายเนื้อสัตว์ที่ปรับลดลง ภาครัฐจึงจำเป็นต้องทบทวนมาตรการนำเข้าให้เกิดความเป็นธรรมต่อภาคปศุสัตว์ด้วย
อีกด้านหนึ่งทางภาคอุตสาหกรรมยังชี้ให้เห็นว่า ข้าวโพดสหรัฐฯ มีราคาที่สามารถแข่งขันได้ในหลายช่วงเวลา ดังนั้น การนำเข้าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อทั้งอุตสาหกรรมปศุสัตว์และประมง รวมถึงราคาสินค้าโปรตีนของประชาชน นอกจากนี้ การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดน อีกทั้งตอบโจทย์แนวโน้มการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคาร์บอนต่ำในอนาคต
ส่วนประเด็นข้อกังวลเรื่องการตัดแต่งพันธุ์กรรม (GMO) สมาพันธ์ฯ ยืนยันว่า พืช GMO ถูกใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ใช้ถั่วเหลือง GMO ในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์มานานกว่า 30 ปี โดยไม่มีผลกระทบเชิงลบ และไม่กระทบต่อการส่งออก พร้อมกันนี้ยังได้รับการยืนยันจากหน่วยงานวิชาการว่า ความเสี่ยงจากการปนเปื้อนอยู่ในระดับปลอดภัย ส่วนกรณีที่มีการหยิบโยงการนำเข้าถั่วเหลือง GMO เป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองในประเทศไทยลดลงไม่เป็นความจริง เพราะมีหลายปัจจัยสำคัญที่ส่งผล อาทิ ทั้งข้อจำกัดด้านสภาพภูมิอากาศ คุณภาพเมล็ดพันธุ์ ประสิทธิภาพการผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการเพาะปลูก โดยในประเด็นนี้ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานรัฐที่เชี่ยวชาญในด้านนี้แล้ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB