อุตสาหกรรมไทยไปต่อ ครึ่งปีหลังยังโตได้ "ไทยช่วยไทยพลัส - EV - Data Center" หนุน
อุตสาหกรรมไทยไปต่อ ครึ่งปีหลังยังโตได้ "ไทยช่วยไทยพลัส - EV - Data Center " หนุน มองวิกฤตพลังงานโลก เป็นแรงผลักดัน เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี
นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคการผลิตของไทย อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมยังเชื่อมั่นว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
โดยคาดว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI รวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม หรือ Industrial GDP ในช่วงครึ่งปีหลัง จะขยายตัวราว 1.5-2%
จากแรงสนับสนุนของการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ การบริโภคภายในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
นอกจากนี้ นายวราวุธ กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ดำเนินการอยู่จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าเกษตรแปรรูป ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และจะส่งผลให้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และช่วยพยุงการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงครึ่งปีหลังได้
พร้อมกันนี้ ยังมองว่า ท่ามกลางปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ความต้องการสินค้าอาหารในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าอาหารยังเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และถือเป็นจุดแข็งสำคัญของไทย
อย่างไรก็ตาม มองวิกฤตราคาพลังงานในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทาย แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะผลักดันให้ภาคการผลิตของไทยเร่งปรับตัวสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่และพลังงานสะอาด โดยอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้ง BEV และ PHEV อิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ดิจิทัลดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ AI ทั่วโลก อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็กที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีการผลิตตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว
นอกจากนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่พลังงานสะอาด จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว
โดยวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลานี้ ไม่ใช่เพียงอุปสรรค แต่เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมไทยปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และยุทธศาสตร์ “One Mind” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งยกระดับการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อุตสาหกรรมสีเขียว พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมเกษตรที่ต่อยอดจากศักยภาพของประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม จะติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก และปุ๋ยเคมี ซึ่งยังมีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และอาจสร้างแรงกดดันต่อภาคการผลิตของไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจสีเขียว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีบทบาทอย่างไรกับบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีเพิ่งเซ็นอนุมัติแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องรอความชัดเจนจากการประชุมครั้งแรกและแนวนโยบายของนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมจะให้ความสำคัญกับการก่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญของการผลิตชิปและเป็นอีกชั้นหนึ่งของระบบดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีขั้นสูงที่ไทยต้องการก้าวเข้าสู่ในอนาคต
ทั้งนี้ หากมีการจัดตั้งโรงงานในอุตสาหกรรมดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมจะกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยของโรงงานและสถานประกอบการอย่างใกล้ชิด ส่วนรายละเอียดต่างๆ ยังต้องรอความชัดเจนด้านนโยบายจากนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ขณะที่การประชุมนัดแรกจะเริ่มต้นเมื่อไหร่นั้น นายวราวุธ ระบุเพียงสั้นๆว่า ตนไม่ได้เป็นประธาน จึงต้องรอให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB