ล้างบาง “นอมินี” รอบใหญ่ ฝ่าฝืนโดนทั้งคดีและโทษทางวิชาชีพ
ล้างบาง “นอมินี” รอบใหญ่ พาณิชย์ถกสภาวิชาชีพบัญชี-สภาทนายความฯ พร้อม 7 สมาคมบัญชี ฟันโทษสูงสุดผู้ร่วมเอื้อทุจริต สกัดต้นตอทำลายเศรษฐกิจ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชิญสภาวิชาชีพบัญชี สภาทนายความ พร้อมหน่วยงานภาครัฐและองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง หารือมาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและทนายความไม่ให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการจัดตั้งนิติบุคคลแก่ชาวต่างชาติที่ใช้โครงสร้าง “นอมินี”
พร้อมผลักดันให้ลงโทษทางจรรยาบรรณขั้นสูงสุดกับผู้ร่วมกระทำผิดหรือรู้เห็นเป็นใจ เพื่อ “ตัดต้นตอแต่ต้น” ไม่ให้ปัญหาลุกลามเป็นเนื้อร้ายทำลายเศรษฐกิจประเทศ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคลที่มีลักษณะใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) พบว่า ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางรายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งการให้คำปรึกษา คำแนะนำ ช่วยเหลือ หรือเอื้อประโยชน์ให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมายในรูปแบบนอมินี เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศ
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานอมินีเป็นอย่างมาก โดยมองว่าผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและผู้ทำบัญชีบางรายเข้าไปให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการกระทำผิด เพราะเห็นผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ จึงมอบหมายให้ทุกฝ่ายร่วมกันกำหนดแนวทางป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
สาระสำคัญของการหารือแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการยกระดับมาตรการทางจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและทนายความ
ในส่วนของการเชื่อมโยงข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเชื่อมโยงข้อมูลผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี และทนายความที่รับรองลายมือชื่อในการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งเป็นบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้รับรองว่าผู้ขอจดทะเบียนได้ลงนามต่อหน้าจริง รวมถึงผู้ที่เข้าไปเป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงและติดตามพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากตรวจพบพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้เกิดการลงทุนโดยไม่มีการลงทุนจริง หรือใช้คนไทยถือหุ้นแทนนักลงทุนต่างชาติ ทั้งสภาวิชาชีพบัญชีและสภาทนายความจะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของแต่ละองค์กรอย่างเคร่งครัด รวมถึงยกระดับการลงโทษทางจรรยาบรรณและมรรยาทวิชาชีพให้รวดเร็วและเข้มข้นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังขอให้หน่วยงานกำกับดูแลทั้งสองวิชาชีพชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิก ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการจัดตั้งนิติบุคคลที่มีลักษณะเป็นนอมินี และกำหนดบทลงโทษขั้นสูงสุดแก่สมาชิกที่ร่วมกระทำผิดหรือรู้เห็นเป็นใจ จนทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ เพื่อเป็นการตัดต้นตอของปัญหานอมินีตั้งแต่ต้นทาง
อย่างไรก็ตาม นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปัญหานอมินีมีมานานหลายสิบปี แต่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา หากยังมีผู้ฝ่าฝืนหรือให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำผิด ก็ถือเป็นการท้าทายการบังคับใช้กฎหมาย และกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย
บทลงโทษทางจรรยาบรรณของทั้งสองสภามีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทั้งสองสภารับดำเนินการคือ จะลงโทษให้เข้มข้นขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีข้อเสนอจากสภาวิชาชีพบัญชีให้ทบทวนหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2543 โดยเสนอให้ผู้ทำบัญชีที่เพิ่งจบใหม่ยังไม่สามารถลงนามรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลได้ทันที แต่ควรมีประสบการณ์อย่างน้อย 5 ปี หรือกำหนดให้เฉพาะผู้ทำบัญชีที่สังกัดสำนักงานบัญชีเท่านั้นที่สามารถลงนามรับรองได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการนำวิชาชีพไปสนับสนุนการจัดตั้งนอมินี
โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อว่า หากสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายความ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาขอคำปรึกษา ให้คำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ปัญหานอมินีทุเลาเบาบางลงหรือหมดสิ้นไป สร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเป็นธรรมแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยสุจริต
พร้อมยืนยันว่า จะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือการประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และจะใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว
อย่างไรก็ดี นายพูนพงษ์ชี้ว่าการปราบปรามนอมินีไม่สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานและผู้ประกอบวิชาชีพที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนต่างชาติ เพื่อให้การเข้ามาลงทุนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพ นำไปสู่การแข่งขันที่เป็นธรรม และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ ยังเตือนผู้ที่ให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติในการใช้ชื่อเป็นตัวแทนถือหุ้นว่า ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผ่านนอมินี หรือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือยินยอมให้ใช้ชื่อตนเองถือหุ้นแทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนไม่เลิกการกระทำผิด จะมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000-50,000 บาท
ซึ่งปัจจุบันมีผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีจำนวน 87,552 ราย และมีทนายความที่เป็นสมาชิกสภาทนายความจำนวน 94,702 ราย ส่วนข้อมูลผู้ประกอบวิชาชีพที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB