นายกฯ หารือ WEF ย้ำไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจดึงการลงทุน ฝ่าเศรษฐกิจโลกผันผวน
นายกฯ หารือ WEF ย้ำไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ เดินหน้าดึง FDI ผลักดัน OECD และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมารูน ไครูซ กรรมการผู้จัดการ World Economic Forum (WEF) เข้าเยี่ยมคาราวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีที่ WEF มีบทบาทร่วมกับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมว่า WEF เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนมุมมองและความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนของโลก
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความไม่แน่นอนสูง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ
ด้านนายมารูน ไครูซ กรรมการผู้จัดการ WEF แสดงความยินดีในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง พร้อมชื่นชมประเทศไทยที่มีเสถียรภาพทางการเมืองและมีทิศทางการบริหารประเทศที่ชัดเจน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ยังกล่าวชื่นชมแนวทางของรัฐบาลไทยในการบริหารเศรษฐกิจและรับมือกับความท้าทายของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมถือโอกาสเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม WEF Annual Meeting 2027 ซึ่งจะจัดขึ้นในปีหน้า
ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มการพัฒนาในระยะต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอน พร้อมชี้ว่าเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า แม้การแข่งขันด้านการลงทุนในภูมิภาคจะทวีความเข้มข้น แต่ประเทศไทยมีจุดแข็งที่โดดเด่น คือ การเป็นฐานการผลิตอาหารที่สำคัญของโลก และเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานอาหารโลก (Global Food Supply Chain) ซึ่งทำให้ไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานโลก
พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีศักยภาพจากที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การเชื่อมโยง การลงทุน นวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค โดยรัฐบาลเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thai–EU FTA) ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีที่จะรับฟังข้อเสนอแนะจาก WEF เกี่ยวกับรูปแบบการประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ประเทศไทยสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างสร้างสรรค์ ประเทศไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ของประชาคมโลก และยังมีบทบาทเชิงรุกในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านเวที WEF Annual Meeting 2027 เพื่อร่วมสร้างเศรษฐกิจโลกที่มีความยั่งยืน เข้มแข็ง และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB