โจทย์ใหญ่ "ไข่ไก่" ราคาไม่นิ่งในความจริงคนไทย ควรซื้อฟองละกี่บาท
โจทย์ใหญ่ "ไข่ไก่" ราคาไม่นิ่งในความจริงคนไทย ควรซื้อฟองละกี่บาท เปิดราคา "หน้าร้าน" ที่ผู้บริโภคจ่ายจริง พร้อมไขคำตอบ ทำไมไข่แพงขึ้น
ราคาไข่ไก่ขึ้น 20 สตางค์ แต่หน้าร้านขายเท่าไหร่?
ล่าสุด ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง แต่ไม่ใช่สัญญาณของการขาดแคลนสินค้า โดยกรมการค้าภายในยืนยัน ผลผลิตไข่ไก่ยังเพียงพอต่อความต้องการบริโภค หลังราคาหน้าฟาร์มปรับขึ้นจากฟองละ 3.60 บาท เป็น 3.80 บาท จากแรงกดดันต้นทุนการผลิต พร้อมจับมือผู้ประกอบการจัดโปรโมชั่นช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน
o ไข่ไก่ขึ้นราคา เพราะต้นทุนเพิ่ม ไม่ใช่เพราะของขาด
การปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เกิดขึ้นหลังผู้ผลิตได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ผลิตระบุว่าต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15 สตางค์ต่อฟอง ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนอาหารสัตว์ ค่าพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ รวมถึงสภาพอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อการเลี้ยงไก่ไข่
ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายใน ได้หารือกับผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือให้ชะลอการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคไม่เกิน 10 สตางค์ต่อฟอง โดยผู้ผลิตได้ร่วมรับภาระต้นทุนบางส่วนไว้เอง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ
o อากาศร้อนกระทบผลผลิต แม่ไก่ให้ไข่น้อยลง
ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา สภาพอากาศร้อนจัดและแปรปรวน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้ผลผลิตของแม่ไก่ลดลง ทำให้ปริมาณไข่ออกสู่ตลาดน้อยกว่าปกติ ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง แต่กรมการค้าภายใน ยืนยันว่า ปริมาณไข่ไก่ในตลาดยังมีเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ และยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนสินค้า
o ราคาจะขึ้นอีกไหม? ผู้ผลิตมองแนวโน้มเริ่มทรงตัว
แม้ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตประเมินว่าสถานการณ์ราคาไข่ไก่ในระยะต่อไปมีแนวโน้มทรงตัว และยังไม่มีปัจจัยที่ต้องปรับราคาเพิ่ม หนึ่งในปัจจัยสนับสนุนคือ สภาพอากาศเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ขณะที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทยอยออกสู่ตลาด ซึ่งอาจช่วยให้ต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลง และทำให้สถานการณ์การผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
o ผู้บริโภคยังมีทางเลือก ผู้ประกอบการจัดโปรโมชั่นช่วยลดภาระ
ระหว่างที่ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิต ค้าส่ง และค้าปลีก จะร่วมมือกับกรมการค้าภายในบริหารจัดการราคาจำหน่ายให้สอดคล้องกับต้นทุน พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นไข่ไก่อย่างต่อเนื่องในแต่ละช่องทาง เป้าหมายคือให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อไข่ไก่ในราคาที่เหมาะสม และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงที่ต้นทุนยังมีความผันผวน
ราคาไข่หน้าฟาร์มไม่ใช่ราคาหน้าร้าน แล้วผู้บริโภคจ่ายเท่าไร?
ไข่ไก่ หน้าฟาร์ม ขึ้นเป็น 3.80 บาท แต่ทำไมซื้อหน้าร้านแพงกว่า หลายคนเห็นข่าว "ไข่ไก่ปรับขึ้นเป็นฟองละ 3.80 บาท" แล้วเข้าใจว่าเป็นราคาที่ต้องจ่ายเวลาซื้อจริง แต่ความจริงแล้ว 3.80 บาท เป็นราคาแนะนำ "ไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม" หรือราคาซื้อขายระหว่างผู้เลี้ยงกับผู้ค้าขั้นต้น ยังไม่ใช่ราคาขายปลีกที่ผู้บริโภคซื้อจากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต
กว่าจะถึงมือผู้บริโภค ไข่ไก่ต้องผ่านการคัดแยกขนาด บรรจุภัณฑ์ ขนส่ง และกระจายสินค้าไปยังร้านค้าต่าง ๆ ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่ม ส่งผลให้ราคาหน้าร้านสูงกว่าราคาหน้าฟาร์ม โดยข้อมูลสำรวจของกรมการค้าภายใน (กรกฎาคม 2569) พบว่า ไข่ไก่เบอร์ 3 ซึ่งเป็นขนาดที่นิยมบริโภค มีราคาขายปลีกเฉลี่ย 3.80-4.00 บาทต่อฟอง ขณะที่ไข่เบอร์ใหญ่มีราคาสูงกว่านี้
มองย้อนไป ช่วง ปี 2567-2569 ราคาไข่ปรับราคา มาแล้วกี่ครั้ง จากเหตุผลอะไร?
การประกาศราคาไข่ไก่อ้างอิงจากราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม ซึ่งเป็นราคากลางที่เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งประกาศ และการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค โดยในช่วงปี 2567 จนถึงกรกฎาคม 2569 มีวงจรการปรับราคาเด่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกลไกตลาดอย่างมีนัยสำคัญ มีการปรับราคาสำคัญ 5 ครั้ง โดยส่วนใหญ่จะปรับเพิ่ม-ลด ทีละ 20 สตางค์ต่อฟอง หรือ แผงละ 6 บาท
o ไทม์ไลน์การปรับราคาและเหตุผลสำคัญ
ครั้งที่ 1. วันที่ 17 เมษายน 2567 ปรับขึ้นเป็น 3.60 บาท/ฟอง จากราคาเดิม 3.40 บาท/ฟอง ปรับเพิ่ม 20 สตางค์ เหตุผลหลัก คือสภาพอากาศเริ่มร้อนจัดในช่วงต้นปี ส่งผลทำให้แม่ไก่เกิดความเครียด กินอาหารน้อยลง และให้ผลผลิตไข่ลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับขนาดของไข่ไก่เล็กลง (ได้ไข่เบอร์เล็กมากกว่าเบอร์ใหญ่)
ครั้งที่ 2. วันที่ 29 เมษายน 2567 ปรับขึ้นเป็น 3.80 บาท/ฟอง ราคาเดิม 3.60 บาท/ฟอง ปรับเพิ่ม 20 สตางค์ เหตุผลหลัก สถานการณ์ภัยแล้งและอากาศร้อนจัดยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณไข่ไก่ในระบบขาดแคลนชั่วคราว ขณะที่ต้นทุนคงที่ในการบริหารจัดการฟาร์ม (เช่น ค่าไฟระบบระบายความร้อน) สูงขึ้น
ครั้งที่ 3. วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ปรับขึ้นเป็น 4.00 บาท/ฟอง ราคาเดิม 3.80 บาท/ฟอง ปรับเพิ่ม 20 สตางค์ เหตุผลหลัก เป็นช่วงรอยต่อฤดูที่พลิกผันจากอากาศร้อนจัดเป็นฝนตกชุก ไก่ปรับตัวไม่ทันทำให้ป่วยและปริมาณไข่ในตลาดลดลง 3–5% สวนทางกับ ความต้องการบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากเป็นช่วงเปิดภาคเรียน และต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น
ครั้งที่ 4. ช่วงปลายปี 2567 - ปี 2568: ทยอยปรับลดลงมาอยู่ที่ 3.60 บาท/ฟอง ราคาเดิม 4.00 บาท/ฟอง ทยอยปรับลดลงสะสม 40 สตางค์ เหตุผลหลัก สภาพอากาศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผลผลิตไข่ไก่ออกสู่ตลาดสม่ำเสมอเฉลี่ย 43-45 ล้านฟองต่อวัน ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกเริ่มคลายตัว และกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงปลายปีชะลอตัวลงตามฤดูกาล กรมการค้าภายในจึงขอความร่วมมือตรึงราคาแนะนำไว้ที่ 3.60 บาท/ฟอง
ครั้งที่ 5. วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 (ล่าสุด) ปรับขึ้นเป็น 3.80 บาท/ฟอง ราคาเดิม 3.60 บาท/ฟอง ปรับเพิ่ม 20 สตางค์ เหตุผลหลัก ผู้เลี้ยงเผชิญภาวะแบกรับต้นทุนสะสมมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ทั้งจาก ค่าอาหารสัตว์ ค่าพลังงานแปรปรวน และผลกระทบจากอากาศร้อนชื้นรุนแรงช่วงพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ผลผลิตไข่ลดลงชั่วคราว เหลือประมาณ 43 ล้านฟองต่อวัน รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเปิดเทอม ทำให้มีความต้องการบริโภคหนาแน่นขึ้น
จากข้อมูลทั้งหมด พูดได้ว่า 3 ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้มีการปรับราคา คือ สภาพอากาศ (Seasonal Effect) เดือน เม.ย. - มิ.ย. ของทุกปีจะเป็นช่วงราคาพีคที่สุดเพราะไก่ไข่น้อยลง ต้นทุนวัตถุดิบแฝง ราคาอาหารสัตว์ (ข้าวโพด, กากถั่วเหลือง) ค่าไฟในฟาร์มระบบปิด (Evap) และ กลไกเปิด-ปิดเทอม ช่วงเปิดเทอมความต้องการจะสูงขึ้นดันให้ราคาขยับ
ที่สุดแล้ว คงไม่สามารถระบุได้ตายตัวว่า "คนไทยต้องซื้อไข่ฟองละกี่บาท" เพราะราคาไข่ไก่ที่เห็นในข่าวแต่ละครั้งเป็นเพียงราคาแนะนำ ไม่ใช่ราคาขายปลีกจริง โดยราคาที่ผู้บริโภคจ่าย จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในช่วงเวลานั้น ทั้งขนาดของไข่ ต้นทุนการคัดแยกและบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง ช่องทางจำหน่าย รวมถึงการแข่งขันและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า ดังนั้น แม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับขึ้น แต่ราคาหน้าร้านอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลา ผู้บริโภคจึงควรติดตามราคาจำหน่ายจริง ณ จุดขายควบคู่กับข้อมูลราคาหน้าฟาร์มเสมอ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB