ซีรีส์สั้น 2 นาที สู่ธุรกิจระดับ หมื่นล้านดอลลาร์ ไทยติด Top 6 ตลาดดาวน์โหลด
เมื่อคนดูมีเวลาน้อย "ซีรีส์แนวตั้ง" จึงไม่ได้เปลี่ยนแค่วิธีดูละคร แต่กำลังเปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรมคอนเทนต์ และเปิดโอกาสให้ไทยส่งออก Soft Power ไปทั่วโลก
"คอนเทนต์ที่ชนะในวันนี้ อาจไม่ใช่คอนเทนต์ที่ยาวที่สุด แต่คือคอนเทนต์ที่หยุดคนดูได้เร็วที่สุด"
ในวันที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนสมาร์ตโฟน โลกของการเล่าเรื่องกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากละครโทรทัศน์ที่มีความยาวเป็นชั่วโมง สู่ "Vertical Series" หรือซีรีส์แนวตั้ง ที่แต่ละตอนใช้เวลาเพียง 1-2 นาที แต่กลับสร้างเม็ดเงินมหาศาล และกำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ทั่วโลกจับตามอง
ข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ในปี 2568 ตลาดซีรีส์แนวตั้งทั่วโลกมีมูลค่าเกือบ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยจีนเป็นผู้นำตลาดด้วยมูลค่าราว 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเกือบ 78% ของตลาดโลก ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทั้งเกาหลีใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ต่างเร่งลงทุนเพื่อช่วงชิงโอกาสในตลาดนี้
ทำไม "ซีรีส์แนวตั้ง" ถึงมาแรง?
หัวใจสำคัญคือ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป
ผู้ชมยุคดิจิทัลต้องการคอนเทนต์ที่
- ดูจบได้ภายในไม่กี่นาที
- เข้าใจง่าย
- ดูได้ทุกที่ ทุกเวลา
- มีจุดหักมุมและชวนติดตามจนอยากดูตอนต่อไป
ด้วยเหตุนี้ ซีรีส์แนวตั้งจึงถูกออกแบบมาเพื่อการรับชมบนหน้าจอมือถือโดยเฉพาะ ในอัตราส่วน 9:16 พร้อมการเล่าเรื่องที่กระชับและเข้มข้นกว่าซีรีส์รูปแบบเดิม
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนผ่านข้อมูลจากจีน ซึ่งพบว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 ผู้ใช้งานแอปซีรีส์แนวตั้งใช้เวลาดูเฉลี่ย วันละ 2 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นเกือบ 26% จากต้นปี ขณะที่ยอดดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้งในต่างประเทศพุ่งขึ้นกว่า 370% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ไม่ใช่แค่ยอดวิว แต่คือ "โมเดลธุรกิจใหม่"
สิ่งที่ทำให้ Vertical Series น่าสนใจในมุมเศรษฐกิจ คือการสร้างรายได้ที่หลากหลายกว่าการผลิตละครแบบเดิม
แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ใช้โมเดลธุรกิจ 4 รูปแบบ ได้แก่
- เปิดให้ดูฟรีช่วงแรก ก่อนขายเหรียญเพื่อปลดล็อกตอนถัดไป
- ระบบสมาชิกแบบรายเดือน
- รายได้จากโฆษณา
- การเชื่อมโยงกับ E-commerce ผ่าน Affiliate Marketing ให้ผู้ชมกดซื้อสินค้าที่ปรากฏในซีรีส์ได้ทันที
นั่นหมายความว่า "คอนเทนต์" ไม่ได้สร้างรายได้เพียงจากจำนวนผู้ชม แต่ยังเชื่อมต่อไปถึงการขายสินค้า บริการ และการตลาดดิจิทัลได้โดยตรง
ไทยกำลังอยู่ตรงไหน?
แม้ประเทศไทยยังไม่มีการประเมินมูลค่าตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ตัวเลขหลายด้านสะท้อนว่า ไทยกำลังเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตา
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ไทยมียอดดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้ง มากเป็นอันดับ 6 ของโลก
ขณะที่รายได้จากการซื้อคอนเทนต์ภายในแอป (In-App Purchase) อยู่ที่ประมาณ 7.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับ 3 ของตลาดนอกประเทศจีน รองจากเพียงสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้งานแอปซีรีส์แนวตั้งผ่านเครือข่ายของ AIS ราว 9 ล้านรายต่อเดือน หลังจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 56% จากปีก่อน สะท้อนว่าความนิยมในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในฝั่งผู้ผลิตคอนเทนต์ ผู้ประกอบการไทยหลายราย เช่น กันตนา, อมรินทร์ทีวี, Mi Group oneD, และทรูไอดี ต่างเริ่มปรับกลยุทธ์ หันมาผลิตซีรีส์แนวตั้งมากขึ้น เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป
โอกาสของไทย ไม่ได้อยู่แค่การทำซีรีส์
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของรายงาน สนค. คือ Vertical Series ไม่ใช่โอกาสเฉพาะของผู้ผลิตละคร
แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อีกหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น
- นักเขียนบทและวรรณกรรม
- การผลิตภาพยนตร์และวิดีโอ
- ดนตรี
- แฟชั่นและความงาม
- นักพากย์และนักแปล
- การตลาดดิจิทัล
- การบริหารทรัพย์สินทางปัญญา
หากคอนเทนต์ไทยสามารถส่งออกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้สำเร็จ รายได้จะไม่ได้เกิดเฉพาะจากการรับชม แต่ยังต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว สินค้า วัฒนธรรม และบริการอื่น ๆ ได้อีกด้วย
ไทยต้องเร่งอะไร หากไม่อยากพลาดโอกาส?
สนค. มองว่า ไทยควรเร่งพัฒนาใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
- สร้างเนื้อหาที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทย แต่เข้าใจง่ายสำหรับผู้ชมทั่วโลก
- ยกระดับทักษะผู้ผลิต ทั้งการเล่าเรื่อง การถ่ายทำแนวตั้ง และการใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มมาพัฒนาคอนเทนต์
- สนับสนุนอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น การแปลภาษา การพากย์เสียง และการทำตลาดต่างประเทศ
- ส่งเสริมการคุ้มครองและต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว
ไม่ใช่แค่ "เทรนด์" แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจ
การเติบโตของซีรีส์แนวตั้งกำลังสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมคอนเทนต์โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ผู้ชนะอาจไม่ใช่ผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ลงทุนสูงที่สุด แต่คือผู้ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้ชมได้ดีที่สุด
สำหรับประเทศไทย จุดแข็งด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย อาจเป็นต้นทุนสำคัญในการต่อยอดสู่ตลาดโลก หากสามารถพัฒนาคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ชมยุคดิจิทัลได้
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า "คนจะดูซีรีส์แนวตั้งหรือไม่" แต่คือ "ไทยจะใช้โอกาสนี้ สร้างธุรกิจและส่งออกความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ตลาดโลกได้มากแค่ไหน"
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB