ฮอร์มุซเดือดซ้ำ! แบงก์ชาติจับตาใกล้ชิด ย้ำยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบ
ธปท. จับตา! ขัดแย้งฮอร์มุซรอบใหม่ ยอมรับ ยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบ ชี้ หากวิกฤติยืดเยื้อ เสี่ยงดันเงินเฟ้อ-ฉุด GDP ไทย ขณะที่บาทอ่อน 5-6% ช่วยหนุนส่งออก-ท่องเที่ยว ประคองเศรษฐกิจไทยได้
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ให้ความเห็นต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น โดยระบุว่า ธปท. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ธปท. ประเมินเบื้องต้นว่าหากความขัดแย้งเป็นเพียงระยะสั้นและสามารถกลับสู่ภาวะสงบได้ในเวลาไม่นาน จะไม่ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนการคาดการณ์เศรษฐกิจในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม ธปท. ยอมรับว่าจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากสถานการณ์ลุกลามจนส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและยืดเยื้อ จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อทั้งอัตราเงินเฟ้อและ GDP ของไทย
นายวิทัย ย้ำว่า ธปท. ยังกังวลกับสถานการณ์ขณะนี้ โดยมองว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งและการประกาศเก็บค่าผ่านทาง 20% ที่เพิ่งเป็นข่าวนั้นเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน จึงยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่ชัดเจนต่อตัวเลขการส่งออกและ GDP โดยจำเป็นต้องรอความชัดเจนจากสถานการณ์และข้อสรุปที่แน่ชัดก่อน
สำหรับประเด็นเสถียรภาพค่าเงินบาทและการเคลื่อนย้ายเงินทุน ธปท. ยืนยันว่า ยังไม่มีความกังวลเป็นพิเศษ โดยสถานการณ์ปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 5-6% ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค โดยมีหลายประเทศที่มีค่าเงินอ่อนค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าเงินบาทไทย ซึ่งถือว่าอยู่ในสถานการณ์ปกติ พร้อมทั้งระบุว่าระดับการอ่อนค่าในปัจจุบันยังถือเป็นปัจจัยที่สามารถช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยได้ดี
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB