ห้าม “ลูกเรือ” รับหิ้วของ ชี้หน้าที่คือดูแลผู้โดยสาร รับฝากได้เฉพาะคนใกล้ชิด
การบินพลเรือน ย้ำ“ลูกเรือ”ห้ามรับหิ้วของเชิงพาณิชย์ ชี้หน้าที่คือดูแลผู้โดยสาร รับฝากได้เฉพาะญาติหรือคนใกล้ชิด พร้อมยึดหลัก “Know your baggage” ต้องรู้ว่าของที่นำติดตัวคืออะไร
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยถึงมาตรการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงทางการบิน หลังพบประเด็นการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายผ่านการเดินทางทางอากาศ โดยยืนยันว่า กพท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และที่ผ่านมาได้รับการประสานจากเอกอัครราชทูต รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยของหลายประเทศ ที่เข้าหารือและแจ้งว่าประเทศไทยถูกมองเป็นหนึ่งในต้นทางของการนำสิ่งของผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากประเทศไทยโดยตรง แต่เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางด้านการบิน ทำให้การลำเลียงสิ่งของผิดกฎหมายผ่านเครื่องบินเป็นช่องทางที่รวดเร็วและสะดวก ผู้ที่มีเจตนากระทำผิดจึงพยายามใช้เส้นทางการบินในการนำสิ่งของออกไปยังประเทศต่างๆ
สำหรับกระบวนการตรวจสอบด้านการบิน ประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางและความมั่นคงปลอดภัยด้านการบิน เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ขณะที่การตรวจสอบสิ่งของที่สามารถนำเข้าประเทศนั้น เป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศปลายทาง เช่น บางประเทศไม่อนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ หรือพืชบางประเภท ซึ่งโดยปกติจะมีการตรวจสอบเมื่อผู้เดินทางเดินทางถึงปลายทาง
การตรวจส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตอนขาเข้า เพราะแต่ละประเทศมีข้อกำหนดแตกต่างกัน หากตรวจทั้งหมดตั้งแต่ขาออก อาจทำให้กระบวนการเช็กอินและการตรวจค้นใช้เวลามากขึ้น
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าการเดินทางออกจากประเทศไทยไม่มีการตรวจสอบ โดยการตรวจขาออกจะเป็นลักษณะของการคัดกรอง ซึ่งการตรวจจับผู้กระทำผิดจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์พฤติกรรมร่วมด้วย โดย กพท. ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กรมศุลกากร ผู้ให้บริการสนามบิน และหน่วยงานต่างๆ เพื่อพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ทั้งการจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยตรวจจับสิ่งผิดปกติ รวมถึงการเพิ่มความรู้และทักษะของเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เพื่อให้สามารถสังเกตและตรวจสอบสิ่งของที่มีความเสี่ยงได้มากขึ้น
ส่วนกรณีที่ลูกเรือรับหิ้วของนั้น ย้ำว่า กพท. ได้ออกประกาศไปยังสายการบินเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่ของลูกเรือ โดยใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่บนอากาศที่ออกให้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกเรือปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการและดูแลผู้โดยสาร รวมถึงใช้สำหรับการเดินทางไปยังประเทศปลายทาง ซึ่งบางประเทศอาจให้สิทธิอำนวยความสะดวกในการเดินทางแทนการใช้วีซ่า โดยหน้าที่ของลูกเรือคือไปดูแลผู้โดยสาร ไม่ใช่หน้าที่ในการรับขนสินค้า
พร้อมระบุว่า สายการบินเองก็มีบริการด้านการขนส่งสินค้าอยู่แล้ว หากลูกเรือไปรับขนสินค้า อาจกลายเป็นการทำธุรกิจแข่งขันกับนายจ้างของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ลูกเรือรับฝากสิ่งของจากบุคคลใกล้ชิด เช่น ญาติหรือคนรู้จัก ถือเป็นอีกกรณีหนึ่ง และไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งผิด แต่สิ่งสำคัญคือผู้ที่นำของติดตัวไปจะต้องรู้ว่าสิ่งของนั้นคืออะไร และสามารถตรวจสอบที่มาของสิ่งของได้
หลักสำคัญคือ Know your baggage ต้องรู้จักของที่ตัวเองนำไป ว่าคืออะไร คนที่ฝากก็ต้องเป็นคนที่รู้จักกัน และต้องตรวจสอบได้ว่าเป็นของของตัวเอง
ทั้งนี้ กพท. ยืนยันว่าจะเดินหน้าร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงทางการบินของไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้โดยสารและประเทศปลายทางต่างๆ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB