“อนุทิน” ย้ำรัฐเป็น “ลู่ทาง” หนุนการลงทุนภาคเอกชนไทยในจีน ยันเร่ง FTA ดันธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก
“อนุทิน” ย้ำรัฐบาลพร้อมเป็น “ลู่ทาง” หนุนการลงทุนภาคเอกชนไทยในจีน ยืนยัน เร่งเจรจา FTA กับคู่ค้าสำคัญ สร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทยขยายสู่ตลาดโลก
วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครเฉิงตู ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ณ ศูนย์ประชุม Tianfu International Convention Center นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมกิจกรรม Prime Minister - Thai Private Sector Luncheon ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนไทย 140 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทยที่เข้ามาลงทุนในประเทศจีนจากหลากหลายอุตสาหกรรม
อาทิ ธุรกิจการเงิน อาหาร พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม การแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงการท่องเที่ยว
โอกาสนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมานครเฉิงตูเป็นครั้งแรก และยินดีที่ได้พบปะกับภาคเอกชนไทยในวันนี้ โดยการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางที่มีเป้าหมายชัดเจน โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-จีน รวมถึงการผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ให้เติบโตร่วมกัน
ขณะเดียวกันจากการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนว่า “ไทย-จีน เป็นครอบครัวเดียวกัน” ขณะเดียวกัน ก่อนที่จะหารือกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ในวันพรุ่งนี้ จะขอฝากให้ผู้นำจีนทั้งสองท่านช่วยดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศจีนด้วย
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมในวันนี้ยังมีการเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ณ นครเฉิงตู รวมถึงการจัดงานสัมมนา Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum ซึ่งถือเป็นการปักหมุดและสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนในระดับท้องถิ่นของจีน
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน เลขาธิการ BOI และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเศรษฐกิจและการลงทุน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาส ความท้าทาย และแนวทางการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในจีน โดยเฉพาะในมณฑลเสฉวน
พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยมีความพร้อม และรัฐบาลมีหน้าที่แสวงหาความร่วมมือ สร้างโอกาสให้กับประเทศและภาคเอกชน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยภาครัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกัน ยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล (Good Governance)
นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน เช่น การปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ พร้อมขอให้ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและพร้อมสนับสนุนการลงทุน โดยรัฐบาลชุดนี้จะทำหน้าที่เป็น “ลู่ทาง” และผู้สนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายทางธุรกิจได้สูงสุด
“เอกชนไทยมีความแข็งแกร่ง สามารถเติบโตได้ไม่เพียงแต่ในตลาดจีน แต่รวมถึงตลาดโลก ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาลในขณะนี้ คือ ต้องเร่งเจรจา FTA กับคู่ค้าสำคัญต่าง ๆ” นายอนุทิน กล่าว
ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณภาคเอกชนไทยทุกคนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีหน้าที่สร้างโอกาส ขณะที่ภาคเอกชนเป็นผู้สร้างความสำเร็จ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันในฐานะ “ทีมไทยแลนด์” ด้วยเป้าหมายเดียวกัน เชื่อมั่นว่าไทยจะไม่เพียงเติบโตในตลาดจีน แต่จะสามารถก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB