สรุปดรามา “ข้าวแกง 40 บาท” เบรกทำไม? ล่าสุด ยืนยัน ยังไม่ยกเลิก
สรุปไทม์ไลน์ “ข้าวแกง 40 บาท” จากวันเปิดแนวคิด สู่ดรามา “ข้าวแกง 30 บาทมีจริงไหม?” ก่อนกรมการค้าภายในยืนยัน โครงการยังไม่ยกเลิก แต่อยู่ระหว่างทบทวน
หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า ตกลง “ข้าวแกง 40 บาท” ยังไปต่อ หรือยกเลิกไปแล้ว? เพราะเพียงไม่กี่วันหลังเปิดแนวคิด โครงการนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อน ทั้งเสียงสนับสนุน เสียงคัดค้าน และดรามา “ข้าวแกง 30 บาทมีจริงไหม?” ที่ถูกพูดถึงไปทั่วโซเชียล จนหลายคนตามแทบไม่ทัน
วันนี้ PPTV Wealth จะพาย้อนดูไทม์ไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการ ดรามาที่เกิดขึ้น จนถึงคำตอบล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์
ต้องขอพาทุกคนย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมต่อยอดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ด้วยโครงการ “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” ในรูปแบบที่เชิญชวนร้านค้าที่อยู่ในระบบกว่า 200,000 ร้าน สมัครเข้าร่วมจำหน่ายข้าวแกงราคาประหยัด เพื่อเป็นทางเลือกช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
พร้อมกับบอกว่า ขณะนั้นสั่งให้กรมการค้าภายในจัดทำรายละเอียด ทั้งจำนวนสิทธิ วงเงินอุดหนุน ราคาอาหาร และรูปแบบการดำเนินโครงการ ก่อนเสนอให้กระทรวงพาณิชย์นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันที่ 21 ก.ค. 69 และ ตั้งเป้าช่วยประชาชนอย่างน้อย 3 เดือน
แต่หลังจากประกาศแนวคิดดังกล่าวได้ไม่นาน และเรื่องยังไม่ทันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นางศุภจี ก็ออกมาชี้แจงผ่านการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า
แนวคิดเรื่อง “ข้าวแกงราคาประหยัด” เกิดขึ้นจากเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยลดค่าครองชีพ หลังราคาพลังงานเริ่มปรับตัวลดลง แต่ราคาอาหารตามสั่งและข้าวแกงในหลายพื้นที่ยังไม่ลดลงตาม
อย่างไรก็ตาม นางศุภจีอธิบายว่า ต้นทุนของข้าวแกงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่าพื้นที่ และค่าก๊าซหุงต้ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เพียงกระทรวงพาณิชย์
ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จึงพยายามช่วยลดต้นทุนในส่วนที่ดูแลได้ ทั้งการตรึงราคาวัตถุดิบผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” และการเชื่อมโยงวัตถุดิบจากเกษตรกรส่งตรงถึงร้านอาหาร เพื่อลดต้นทุนและช่วยเกษตรกรไปพร้อมกัน
ส่วนแนวคิดสนับสนุนร้านอาหารให้ขายเมนูราคาประหยัดนั้น ยังอยู่ระหว่างการศึกษา โดย ตัวเลข 40 บาท เป็นเพียงตัวอย่างในการหารือ ไม่ใช่ราคาสุดท้ายของโครงการ
แล้วทำไมรัฐบาลถึงต้องเบรก?
แต่เมื่อแนวคิดดังกล่าวได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านจำนวนมาก กระทรวงพาณิชย์จึงตัดสินใจ ชะลอการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อกลับไปรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอีกครั้ง พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการออกมาตรการที่อาจกระทบต่อกลไกตลาด และพร้อมทบทวนข้อเสนอทั้งหมดก่อนเดินหน้าต่อ
กระแสคัดค้านส่วนหนึ่งมองว่า รัฐไม่ควรเข้าไปแทรกแซงราคาหรือสนับสนุนร้านอาหารในลักษณะที่อาจกระทบการแข่งขันและบิดเบือนกลไกตลาด ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า หากมาตรการดังกล่าวสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ ก็ควรเดินหน้าต่อ เพียงแต่ต้องออกแบบโครงการให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แต่ดูเหมือนว่าการ “เบรก” โครงการครั้งนี้ จะยังไม่ใช่จุดจบของดรามา เพราะหลังจากนั้น ประเด็นกลับร้อนขึ้นอีก เมื่อฝ่ายค้านออกมาตั้งคำถามว่า “ทุกวันนี้ก็ยังมีข้าวแกง 30 บาทขายอยู่ แล้วทำไมรัฐบาลจึงต้องผลักดันโครงการข้าวแกง 40 บาท?” คำถามนี้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการถกเถียงในโลกออนไลน์ทันที
และเมื่อผู้สื่อข่าวหยิบประเด็นดังกล่าวขึ้นมาถามที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี ก็ย้อนถามกลับด้วยประโยคสั้น ๆ ที่กลายเป็นวลีไวรัลในทันทีว่า “มีหรือคะ…อยู่ที่ไหน?”
ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมว่า หากมีร้านที่ขายข้าวแกง 30 บาทจริง ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชนอยู่แล้ว
คำตอบที่หลายคนรอฟัง ก็เริ่มชัดเจนขึ้น
เมื่อล่าสุดอธิบดีกรมการค้าภายในออกมายืนยันว่า แนวคิด “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” ยังไม่ได้ถูกยกเลิก เพียงแต่ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหาร สมาคมภัตตาคาร ตลาดสด ร้านธงฟ้า และประชาชน เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมที่สุด
พร้อมย้ำว่า ตัวเลข 35-40 บาท ที่ถูกพูดถึงก่อนหน้านี้ ยังเป็นเพียงตัวเลขสมมติที่ใช้ประกอบการหารือ ไม่ใช่ข้อสรุปของโครงการ เพราะต้นทุนร้านอาหารในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ทั้งค่าเช่า ค่าแรง ค่าขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบ
ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในกำลังศึกษารูปแบบที่จะช่วยลดต้นทุนผ่านการเชื่อมโยงวัตถุดิบจากแหล่งผลิตสู่ร้านอาหารโดยตรง มากกว่าการอุดหนุนราคาข้าวแกงแบบตรง ๆ เพื่อไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ทดลองดำเนินโครงการในลักษณะ เฉพาะพื้นที่หรือเฉพาะกลุ่ม เช่น โรงเรียน หรือพื้นที่ที่มีต้นทุนวัตถุดิบต่ำ ก่อนพิจารณาขยายผลในระยะต่อไป
พร้อมย้ำว่า หากมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ก็จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวในช่วงที่จำเป็น และต้องเป็นประโยชน์ต่อทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้บริโภค
“ข้าวแกง 40 บาท” ยังไม่มา แต่ก็ยังไม่หายไป
อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอน “รับฟังความคิดเห็น” และ “ทบทวนรายละเอียด” ก่อนเคาะรูปแบบสุดท้ายว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร
คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า จะมีข้าวแกง 40 บาทจริงหรือไม่ แต่คือ สุดท้ายแล้วรัฐบาลจะหาจุดตรงกลางระหว่างการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน กับการไม่กระทบผู้ประกอบการและกลไกตลาดได้หรือเปล่า
ส่วนบทสรุปจะออกมาเป็น 35 บาท 40 บาท หรืออาจไม่ใช่ทั้งสองตัวเลข ก็คงต้องรอติดตามกันต่อ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นมากที่สุด อาจไม่ใช่ชื่อโครงการ แต่คือ ค่าอาหารในแต่ละมื้อที่ถูกลงจริง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง และปัจจัยโลกที่ยังผันผวนไม่หยุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB