ทรัมป์ ประกาศ ขึ้น! ภาษีนำเข้า 60 ประเทศทั่วโลก ไทยโดน 12.5% อัตราสูงสุด!
ทรัมป์ ประกาศ ขึ้น! ภาษีนำเข้า 60 ประเทศทั่วโลก ไทยโดน 12.5% อัตราสูงสุด! อ้างใช้ "แรงงานบังคับ" และไม่มีมาตรการจัดการอย่างจริงจัง
ไทยโดนอัตราภาษีสูงสุด 12.5% เซ่นปม "แรงงานบังคับ"
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มใช้มาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่กับประเทศคู่ค้า 60 ประเทศซึ่งครอบคลุมเกือบทั้งหมดของการค้าสหรัฐฯ ในอัตรา 10-12.5% โดยอ้างเรื่องการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ นับเป็นการดำเนินการครั้งใหม่ ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% จะหมดอายุลงในวันนี้ (24 ก.ค.)
และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกเก็บอัตราภาษีสูงสุด 12.5%
60 ประเทศ เกือบ 100% ของประเทศคู่ค้าสหรัฐ
ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า มาตรการดังกล่าวครอบคลุม 60 ประเทศ หรือคิดเป็น 99.4% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของสหรัฐฯ แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศจากมาตรการภาษีเพิ่มเติมนี้ได้เท่าใด
รัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่า ปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นประเทศเดียวในโลกที่ออกกฎหมายและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ และ ประธานาธิบดี ทรัมป์ เรียกร้องให้ประเทศคู่ค้าทุกรายร่วมดำเนินการกับสหรัฐฯ เพื่อขจัดการใช้แรงงานบังคับออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก
ซึ่งการขึ้นภาษีครั้งนี้มีเป้าหมายกดดันประเทศคู่ค้าให้ดำเนินการอย่างจริงจังต่อปัญหาการใช้แรงงานบังคับในภาคการผลิตสินค้า และนับเป็นการดำเนินการด้านสิทธิแรงงานระหว่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่สหรัฐฯ หรือประเทศใดเคยทำ
โดยทั้ง 60 ประเทศ ประกอบด้วย
- แอลจีเรีย (Algeria)
- แองโกลา (Angola)
- อาร์เจนตินา (Argentina)
- ออสเตรเลีย (Australia)
- บาฮามาส (The Bahamas)
- บาห์เรน (Bahrain)
- บังกลาเทศ (Bangladesh)
- บราซิล (Brazil)
- กัมพูชา (Cambodia)
- แคนาดา (Canada)
- ชิลี (Chile)
- จีน (China)
- โคลอมเบีย (Colombia)
- คอสตาริกา (Costa Rica)
- สาธารณรัฐโดมินิกัน (Dominican Republic)
- เอกวาดอร์ (Ecuador)
- อียิปต์ (Egypt)
- เอลซัลวาดอร์ (El Salvador)
- สหภาพยุโรป (European Union)
- กัวเตมาลา (Guatemala)
- กายอานา (Guyana)
- ฮอนดูรัส (Honduras)
- ฮ่องกง (Hong Kong)
- อินเดีย (India)
- อินโดนีเซีย (Indonesia)
- อิรัก (Iraq)
- อิสราเอล (Israel)
- ญี่ปุ่น (Japan)
- จอร์แดน (Jordan)
- คาซัคสถาน (Kazakhstan)
- คูเวต (Kuwait)
- ลิเบีย (Libya)
- มาเลเซีย (Malaysia)
- เม็กซิโก (Mexico)
- โมร็อกโก (Morocco)
- นิวซีแลนด์ (New Zealand)
- นิการากัว (Nicaragua)
- ไนจีเรีย (Nigeria)
- นอร์เวย์ (Norway)
- โอมาน (Oman)
- ปากีสถาน (Pakistan)
- เปรู (Peru)
- ฟิลิปปินส์ (Philippines)
- กาตาร์ (Qatar)
- รัสเซีย (Russia)
- ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia)
- สิงคโปร์ (Singapore)
- แอฟริกาใต้ (South Africa)
- เกาหลีใต้ (South Korea)
- ศรีลังกา (Sri Lanka)
- สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)
- ไต้หวัน (Taiwan)
- ไทย (Thailand)
- ตรินิแดดและโตเบโก (Trinidad and Tobago)
- ตุรกี (Türkiye)
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates)
- สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
- อุรุกวัย (Uruguay)
- เวเนซุเอลา (Venezuela)
- เวียดนาม (Vietnam)
ย้ำ! ไม่รวมกับภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม
อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีชุดใหม่นี้จะไม่ถูกนำไปรวมกับภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมภายใต้มาตรา 232 (Section 232) ซึ่งสหรัฐฯ ใช้อยู่ก่อนแล้วด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
การประกาศครั้งนี้ สะท้อนว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังกลับมาใช้นโยบายภาษีนำเข้าเชิงรุกอีกครั้ง หลังมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกที่เรียกว่า "Liberation Day" ถูกศาลสูงสหรัฐฯ วินิจฉัยให้ยกเลิกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
หลังคำตัดสินดังกล่าว ทรัมป์ได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 122 (Section 122) ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 จัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นการชั่วคราว ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ใช้ได้ไม่เกิน 150 วัน และจะสิ้นสุดลงในเวลาเดียวกับที่มาตรการภาษีชุดใหม่เริ่มมีผล
Reuters/Evelyn Hockstein
โดนัลด์ ทรัมป์
เดินหน้านโยบายการค้า "America First"
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า นับตั้งแต่วันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผลักดันนโยบายการค้า "America First" เพื่อยุติแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่ต่างตอบแทน (non-reciprocal trading practices) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของสหรัฐฯ และฟื้นฟูความเป็นธรรมและหลักต่างตอบแทนในความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศคู่ค้า
โดย ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ทั้ง มาตรการภาษี และ การเจรจาข้อตกลงการค้า เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนแรงงานอเมริกัน แก้ไขความไม่สมดุลทางการค้า ลดอุปสรรคทางการค้าในต่างประเทศ และส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
มาตรการภาษีที่ประกาศในครั้งนี้ถือเป็น ก้าวสำคัญในการจัดการปัญหาการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมส่งสัญญาณไปยังประเทศต่าง ๆ ให้ร่วมกับสหรัฐฯ ในการออกและบังคับใช้มาตรการเพื่อยุติแนวปฏิบัติที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าไม่อาจยอมรับได้
นิยามทางกฎหมายระหว่างประเทศของการใช้ "แรงงานบังคับ"
ตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับใช้แรงงาน ค.ศ. 1930 (ฉบับที่ 29) การบังคับใช้แรงงาน หรือการจ้างแรงงานโดยไม่สมัครใจ หมายถึง
งานหรือบริการทั้งหมดที่ถูกบังคับให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งทำภายใต้การข่มขู่ด้วยบทลงโทษ และบุคคลนั้นไม่ได้เสนอตัวทำโดยสมัครใจ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB