จับตา! 3 ปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ หลัง มิ.ย. ได้แรงส่งจากการส่งออกฟื้นตัว
เศรษฐกิจไทย มิ.ย. ได้แรงหนุนจากส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภค-ลงทุน เริ่มฟื้นตัว แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมิถุนายน 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 สอดคล้องกับการขยายตัวของการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง
ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าและเศรษฐกิจไทย
โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อนโดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน เช่น ปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 18.7 และ 13.6 ตามลำดับ
เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชน ในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 37.2
มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 20.8 และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24
เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวขยายตัว แต่ในอัตราชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 22.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 1.4
เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 2.42 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.23 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 66.8 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
สำหรับด้านภาคการท่องเที่ยวยังมีทิศทางชะลอลง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ ยังเป็นไปในทิศทางที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์เงินเฟ้อ ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมาตรการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ
ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุดปรับตัวดีขึ้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 86,809.37 ล้านบาท แบ่งเป็นนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ มีการซื้อสุทธิ 1,194.37 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะขายสุทธิรวม 24,003.95 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิอยู่ที่ 2,541.01 ล้านบาท
ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศมีการขายสุทธิในวันดังกล่าว 2,858.35 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 นักลงทุนกลุ่มนี้ยังคงขายสุทธิรวม 21,715.86 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิ 87,146.84 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการขายสุทธิในวันดังกล่าว 227.35 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีสถานะซื้อสุทธิรวม 409.16 ล้านบาท ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 12,121.49 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนต่างชาติ พบว่ามีการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 1,891.34 ล้านบาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB