จับตา! 7 เดือนขาดดุลการค้า 3.5 หมื่นล้านเหรียญฯ ลุ้น AI-อิเล็กทรอนิกส์ ช่วยดัน
ส่งออกไทยยังแรง! ก.ค โต 21.6% 7 เดือนแรก ปี 69 บวกได้ 18.2% ลุ้นทั้งปี เกิน 15% จับตา! ผลกระทบสหรัฐฯอิหร่าน กดดันราคาน้ำมัน
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ร้อยละ 21.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออก
เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือที่ยังคงขยายตัวได้ดี ในขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด ประกอบกับสินค้ายางพาราและสินค้าปศุสัตว์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยหนุนต่อการส่งออกโดยรวม
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการออกมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีความเจาะจงเป็นรายประเทศและรายสินค้ามากขึ้นในระยะต่อไป
ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 18.2 มีมูลค่า 231,531.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 18.5
สำหรับการนำเข้า ในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 38,399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 36.7 ดุลการค้า ขาดดุล 3,610.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และภาพรวมการนำเข้า 7 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 266,885.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 37.8 ดุลการค้า ขาดดุล 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดหลักขยายตัวทุกตลาด ทั้ง สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป อาเซียน และ CLMV สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกของภูมิภาคเอเชียที่ขยายตัวสูง โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของการลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก ทำให้สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าโลก ประกอบกับการเร่งสั่งซื้อสินค้าของคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าและกำแพงภาษี การส่งออกไปตะวันออกกลางและเอเชียใต้ยังคงหดตัว
ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
(1) ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 26.9
สหรัฐฯ ร้อยละ 45.3
จีน ร้อยละ 15.2
ญี่ปุ่น ร้อยละ 21.3
สหภาพยุโรป ร้อยละ 31.5
อาเซียน (5) ร้อยละ 16.8
และ CLMV ร้อยละ 13.0
(2) ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 10.1
ทวีปออสเตรเลีย ร้อยละ 28.9
ทวีปแอฟริกา ร้อยละ 11.3
ลาตินอเมริกา ร้อยละ 12.1
รัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 4.7
เอเชียใต้หดตัว ร้อยละ 5.4
ตะวันออกกลางหดหัว ร้อยละ 12.1
สหราชอาณาจักรหดตัว ร้อยละ 10.6
แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน อาทิ ส่งเสริมการนำสินค้าผลไม้เข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น หารือกับนายกรัฐมนตรีของจีนเพื่อเจรจาขยายตลาดสินค้าพรีเมียมและสินค้าเกษตรนวัตกรรมของไทย รวมทั้งผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทยในจีนภายในปีนี้ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจาเพื่อสรุปผลความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความไม่แน่นอนที่อาจกระทบต่อผู้ส่งออก แต่ยังต้องรักษาผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB