สกัดขึ้นค่า GP ภายใน 6 เดือน ช่วย SMEs ไทย
“ศุภจี” ชู ปฏิรูปการแข่งขัน สร้างโอกาส SMEs แข่งขันอย่างเป็นธรรม เดินหน้าตรวจสอบโครงสร้างค่า GP ลั่น! ยื่นหนังสือขอให้ 6 แพลตฟอร์มหลัก ตรึงค่า GP ภายใน 6 เดือนแล้ว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน TCCT Competition Day 2026 ภายใต้หัวข้อ “Transforming Thailand: Competition Landscape Reform for a Future-Ready Economy เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย : ปฏิรูปการแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต” โดยชี้ว่าการปฏิรูปการแข่งขันทางการค้าไม่ควรมองเพียงเรื่องการเปิดตลาดหรือเพิ่มยอดขาย แต่ต้องสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถแข่งขันและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้
โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กและ SMEs ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 99.5% ของนิติบุคคลจดทะเบียนกว่า 4 ล้านราย แต่กลับสร้างรายได้เพียงประมาณ 34.8% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนว่ารายได้ของระบบเศรษฐกิจไทยยังมีการกระจุกตัว และผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมากยังมีข้อจำกัดในการเติบโต ขณะที่ในมุมของธุรกิจ สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่คือ GP เพราะเมื่อธุรกิจต้องแบกรับต้นทุนและค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น ย่อมกระทบพื้นที่กำไรโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่
ซึ่งนโยบายการแข่งขันจึงควรถูกยกระดับให้เป็นเสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเปลี่ยนบทบาทจาก regulator ที่เข้ามาแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่ Proactive Regulator ที่เข้าไปทำความเข้าใจตลาดและป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้น พร้อมเปลี่ยนจากการคุ้มครองผู้ประกอบการ ไปสู่การคุ้มครองโอกาสในการแข่งขัน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าสู่ตลาดและแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
ที่สำคัญหนึ่งในประเด็นที่กระทบต้นทุนของผู้ประกอบการโดยตรง คือ ค่า GP หรือ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยภาครัฐได้ส่งหนังสือถึงแพลตฟอร์มหลักจำนวน 6 แพลตฟอร์ม ขอให้ระงับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน ผ่านมาตรการ Cease and Desist อย่างไรก็ตาม ระยะเวลา 6 เดือนดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการหยุดดำเนินการของภาครัฐ แต่เป็นช่วงเวลาสำหรับขอข้อมูลจากแพลตฟอร์ม เพื่อตรวจสอบโครงสร้างค่าธรรมเนียม และหารือผ่านกระบวนการ Regulator Dialogue ว่าการกำหนดค่าธรรมเนียมอยู่บนเหตุผลและโครงสร้างต้นทุนอย่างไร
การดำเนินการดังกล่าวจะมี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ETDA ร่วมศึกษา ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จะร่วมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นธรรมและโปร่งใส
นอกจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มแล้ว นางศุภจี ยังยกตัวอย่างมาตรการ Credit Term ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ให้เครดิตเทอมแก่ผู้ประกอบการรายเล็กไม่เกิน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ซึ่งมีเป้าหมายช่วยให้ SMEs มีเงินทุนหมุนเวียนและลดแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ทั้งหมดสะท้อนทิศทางใหม่ของการแข่งขันทางการค้าไทยที่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ธุรกิจขายได้ แต่ต้องทำให้ธุรกิจเหลือกำไร มีเงินหมุนเวียน และมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะในยุค Digital Economy และ AI ที่โครงสร้างตลาดและรูปแบบการค้ากำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ สำหรับ SMEs แล้ว เกมการแข่งขันในระยะต่อไปจึงอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครขายได้มากที่สุด แต่เป็นว่า ใครสามารถควบคุมต้นทุน รักษา GP และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากที่สุด ขณะที่ บทบาทของภาครัฐจะต้องทำให้กติกาเปิดกว้างและไม่สร้างภาระที่บีบพื้นที่กำไรของผู้ประกอบการรายเล็กจนเกินไป
ด้านพล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากจากผู้ประกอบการในหลายแพลตฟอร์ม กรณีการปรับขึ้นค่า GP และค่าธรรมเนียม โดย กขค. ใช้มาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ให้แพลตฟอร์มหยุดการขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมส่งข้อมูลและเหตุผลประกอบการปรับขึ้น เพื่อให้ กขค. ตรวจสอบว่าเป็นไปอย่างเป็นธรรมหรือไม่ ย้ำว่า ไม่ได้กำหนดเพดานค่า GP ว่าต้องอยู่ที่เท่าไหร่ แต่จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์และเหตุผลที่แพลตฟอร์มนำมาใช้กำหนดค่าธรรมเนียม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB