เปิดเงินชดเชยเกษตรกรพื้นที่-สัตว์เลี้ยงถูก " น้ำท่วม" เสียหาย
เปิดเงินชดเชยเกษตรกรพื้นที่-สัตว์เลี้ยง ถูก " น้ำท่วม" เสียหายแบบไหนเข้าเงื่อนไขช่วยเหลือ
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมว่า ขณะนี้หน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งสำรวจพื้นที่เสียหายทั่วประเทศ เพื่อจัดทำข้อมูลและดำเนินการขอรับการเยียวยาต่อไป
ส่วนภาพรวมประเมินความเสียหายภาคการเกษตรเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจนได้ เนื่องจากพื้นที่ได้รับความเสียหายกระจายเป็นหย่อมๆ ไม่ได้แผ่กระจายเต็มพื้นที่
รายงานข่าว จากกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยมาตรการและขั้นตอนการรับเงินเยียวยาช่วยเหลือ ว่า เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ผู้ที่มีสิทธิ์ขอรับการช่วยเหลือ จะต้องผ่านคุณสมบัติสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่
1.ต้องอัปเดตทะเบียนเกษตรกรผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook หรือสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนเกิดภัย
2.มีพื้นที่เสียหายจริง
3.อยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือฯ
4.ได้รับการช่วยเหลือสูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
เบื้องต้น สำหรับอัตราการชดเชย เช่น
- นาข้าว ได้รับไร่ละ 2,240 บาท
- พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 3,180 บาท
- ไม้ผลไม้ยืนต้น ไร่ละ 6,800 บาท
- ส่วนกรณีพื้นที่ปลูกถูกดินโคลนทับถม ชดเชยไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่
โดย ให้เกษตรกรยื่นแบบขอรับการช่วยเหลือ หรือแบบ กษ 01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ พร้อมให้ผู้นำท้องถิ่นเซ็นรับรอง ก่อนเข้าร่วมทำประชาคมและเช็กรายชื่อในประกาศหมู่บ้านเพื่อรอรับเงินต่อไป
ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จะเร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดซึ่งประสบอุทกภัย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน มีข้อมูลโดยสรุปเบื้องต้นได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี ครอบคลุม 20 อำเภอ 44 ตำบล 84 หมู่บ้าน เกษตรกร 2,313 ราย โดยมีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 715,370 ตัว ประกอบด้วย โค 3,358 ตัว กระบือ 2,460 ตัว สุกร 8,075 ตัว แพะ/แกะ 2,202 ตัว และสัตว์ปีก 699,275 ตัว รวมถึงแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ รวม 267 ไร่
จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหายใน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง และแม่ฮ่องสอน จำนวน 20,024 ตัว เป็นโค 1 ตัว กระบือ 1 ตัว และสัตว์ปีก 20,022 ตัว
โดยกรมปศุสัตว์จะดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลความเสียหายตามขั้นตอน เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป อีกทั้งกรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้แก่ แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานจำนวน 22,000 กิโลกรัม อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงรวม 381,131 ตัว สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน) จำนวน 6,519 ชุด แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์ ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่
ในส่วนของการเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ซึ่งครอบคลุมการช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ โดยกรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย กำหนดอัตราการช่วยเหลือ
ตามชนิดและอายุของสัตว์ และกำหนดจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อราย อาทิ
- โค อัตราตัวละไม่เกิน 13,000–35,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 5 ตัว/ราย
- กระบือ อัตราตัวละไม่เกิน 15,000–39,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 5 ตัว/ราย
- สุกร อัตราตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 10 ตัว/ราย
- แพะ/แกะ อัตราตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 10 ตัว/ราย
- สัตว์ปีก อัตราการช่วยเหลือแตกต่างกันตามชนิดและช่วงอายุ เช่น ไก่พื้นเมือง/ไก่ไข่ ไก่เนื้อ เป็ดไข่ เป็ดเนื้อ/เป็ดเทศ และนกระทา
โดยกำหนดจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อรายแตกต่างกันตามประเภท
- แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ กรณีเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกิน 30 ไร่/ราย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB