SME จี้รัฐ “อย่ารอน้ำลด” ค่อยช่วย! หยุด 3 วัน รายได้เป็นศูนย์ ชง 5 มาตรการด่วน
สมาพันธ์ SME ไทย ส่งสัญญาณเตือน “คนตัวเล็ก” สายป่านสั้น รับน้ำท่วมไม่ไหว หยุดกิจการเพียง 3–4 วัน รายได้อาจหายเป็นศูนย์ จี้รัฐบาล-กทม. เร่ง 5 มาตรการช่วยเหลือทันที
นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงอีกหลายจังหวัดที่กำลังประสบอุทกภัย โดยระบุว่า “อย่ารอให้น้ำลด แล้วค่อยช่วยคนตัวเล็ก เพราะสำหรับ MSME ทุกนาทีมีค่า”
ฝนหนักในเวลาสั้น แต่กระทบเศรษฐกิจทั้งระบบ
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ มีลักษณะเด่นคือ ฝนตกหนักมากในเวลาสั้นและเกิดน้ำท่วมขังกลางเมือง หรือ Flash Flood ซึ่งแตกต่างจากภาพน้ำหลากเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เหมือนเมื่อปี 2554
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงคือ “เศรษฐกิจจากการเคลื่อนที่” (Mobility Economy) ไม่ว่าจะเป็นการค้าหน้าร้าน ภาคบริการ การเดินทางของแรงงาน และระบบโลจิสติกส์
แม้น้ำจะท่วมถนนเพียงไม่กี่วัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจสามารถเกิดขึ้นทันที ทั้งร้านค้าเปิดไม่ได้ เครื่องจักรและสินค้าได้รับความเสียหาย รายได้และ Productivity หายไป ขณะที่ภาระค่าเช่า ค่าแรง ค่างวด และดอกเบี้ยยังคงเดินหน้าต่อทุกวัน
ขณะที่ กรุงเทพมหานครได้ประกาศเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต แม้มูลค่าความเสียหายสุทธิยังไม่สามารถฟันธงได้ แต่สมาพันธ์ SME ไทยมองว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะผู้ประกอบการ MSME มีสายป่านสั้นและเปราะบางมาก
หยุด 3–4 วัน อาจทำให้รายได้กลายเป็นศูนย์
ขณะที่บทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า ภาคการค้าขนาดเล็กอาจต้องใช้เวลานานกว่า 3–6 เดือน ในการฟื้นตัว
ดังนั้น หากรัฐบาลรอให้ความเสียหายลุกลาม ผู้ประกอบการบางรายอาจไม่มีโอกาสอยู่รอจนถึงวันที่ธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้
เปลี่ยนจาก “ป้องกันน้ำท่วม” สู่ “Flood Resilience”
สมาพันธ์ SME ไทยจึงเสนอให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครเปลี่ยนวิธีคิดจากการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่แนวคิด “Flood Resilience” หรือความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว
โดยมีแนวทางคือ
- รู้ล่วงหน้า
- ระบายเร็ว
- การเดินทางไม่ล่มทั้งระบบ
- ธุรกิจหยุดสั้นที่สุด
- ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครใช้อำนาจ งบประมาณ และกลไกที่มีอยู่ “สั่งการและลงมือทันที” ผ่านมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟู 5 ข้อ
5 มาตรการด่วน ช่วย “คนตัวเล็ก” ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
1. พักหนี้และภาระดอกเบี้ย
ช่วยผู้ประสบภัยให้มีเวลาตั้งหลัก 6 เดือน–1 ปี โดยไม่ถูกภาระหนี้เข้ามาซ้ำเติม
2. เติมเงินทุนฟื้นฟูทันที
สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan ด้วยเงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเงินไปซ่อมแซมร้านค้า เครื่องจักร สต็อกสินค้า และกลับมาเปิดกิจการได้เร็วที่สุด
3. เร่งเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ถึงมือ
ลดขั้นตอนและเอกสาร พร้อมเร่งจ่ายเงินชดเชยแก่ MSME และประชาชนที่ขาดสภาพคล่อง เพื่อให้เข้าถึงเงินเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว
4. ช่วยบรรเทาต้นทุนคงที่
ช่วยอุดหนุนหรือเยียวยาต้นทุนที่ยังเดินต่อ หรือขอความร่วมมือและมีมาตรการด้านภาษีจูงใจกับห้างสรรพสินค้าและผู้ให้เช่า เพื่อช่วยลดค่าเช่า รวมถึงบรรเทาภาระค่าเช่า ค่าจ้าง และค่าสาธารณูปโภคในช่วงที่ธุรกิจไร้รายได้
5. เร่งสร้างรายได้กลับคืนชุมชน
กระตุ้นการจับจ่าย เปิดพื้นที่ค้าขาย และเชื่อมตลาด Offline–Online เพื่อให้เงินกลับเข้าสู่มือผู้ประกอบการรายเล็ก
ทุกวันที่ธุรกิจหยุด คือรายได้ที่หายไป
นายณพพงศ์ ระบุว่า อำนาจไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบริหารราชการ แต่มีไว้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน พร้อมชี้ว่า ทุกวันที่ธุรกิจหยุด คือรายได้ที่หายไป ทุกวันที่ไม่มีเงินทุน คือโอกาสที่หายไป และทุกวันที่รัฐยังไม่ลงมือ อาจหมายถึงอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่มีแรงพอจะกลับมา
สมาพันธ์ SME ไทยจึงฝากถึงรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ให้ ตัดสินใจ สั่งการ และระดมทุกหน่วยงานช่วยเหลือคนตัวเล็กทันที โดยไม่ต้องรอให้น้ำลด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB