ชีวิตคนรีบ อาหารก็ต้องพร้อม! ตลาด Ready-to-eat ไทย โตต่อ
ชีวิตคนรีบ อาหารก็ต้องพร้อม! ตลาด Ready-to-eat ไทย 3 ปีโตต่อ แต่ศึกใหญ่รออยู่
หิวก็อยากกินเร็ว ชีวิตก็อยากสะดวก! นี่คือแรงส่งสำคัญของตลาด “อาหารพร้อมทาน” ที่ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง แต่โจทย์ของผู้ประกอบการกำลังซับซ้อนขึ้น เพราะนอกจากต้องทำให้อาหารอร่อยและสะดวกแล้ว ยังต้องรับมือกับกำลังซื้อ ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงาน กระแสลดโซเดียม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
วิจัยกรุงศรีคาดว่า ช่วงปี 2570-2572 ปริมาณการจำหน่ายอาหารพร้อมทานในประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 2.8-3.8% ต่อปี
โดยมีทั้งวิถีชีวิตที่เร่งรีบ การขยายตัวของร้านสะดวกซื้อ การพัฒนาสินค้าใหม่ และกำลังซื้อที่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวเป็นแรงหนุน
ปี 2568 อาหารพร้อมทานที่จำหน่ายในประเทศมีปริมาณ 296.0 พันตัน เพิ่มขึ้น 4.8% ขณะที่มูลค่าอยู่ที่ 59,215.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% แรงหนุนสำคัญมาจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ผู้บริโภคต้องการอาหารที่สะดวกและรวดเร็ว รวมถึงการขยายตัวของร้านสะดวกซื้อที่ทำให้หาซื้ออาหารพร้อมทานได้ง่ายขึ้น
แต่ปี 2569 ตลาดในประเทศคาดว่าจะโตช้าลง โดยปริมาณการจำหน่ายคาดว่าจะขยายตัว 2.5-3.5% จากแรงกดดันของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน และกำลังซื้อที่ถูกกดดัน
4 เมนู 4 สถานการณ์
ตลาดอาหารพร้อมทานไม่ได้โตไปในทิศทางเดียวกัน เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีโจทย์แตกต่างกัน
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของถูกยังมีแรง
ปี 2568 ปริมาณจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 154.0 พันตัน เพิ่มขึ้น 2.8% ส่วนมูลค่าอยู่ที่ 22,352.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จุดแข็งสำคัญคือราคาเข้าถึงง่าย และสามารถเป็นตัวเลือกแทนอาหารปรุงสดในช่วงเวลาที่เร่งรีบ ขณะที่ผู้ผลิตยังเดินหน้าทำตลาด เปิดตัวรสชาติใหม่ และใช้พรีเซนเตอร์เพื่อดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ ปี 2569 คาดว่าปริมาณจำหน่ายจะโต 1.9-2.9%
อาหารแช่เย็น-แช่แข็ง — เมืองโต คนก็ยิ่งรีบ
ปี 2568 ปริมาณจำหน่ายอยู่ที่ 132.3 พันตัน เพิ่มขึ้น 7.2% ส่วนมูลค่าอยู่ที่ 32,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% แรงหนุนมาจากชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ ร้านสะดวกซื้อที่ขยายสาขา และสินค้าใหม่ที่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไปจนถึงอิตาเลียน และปี 2569 คาดว่าปริมาณจำหน่ายจะโต 3.3-4.3%
ซีเรียลพร้อมทาน — สายสุขภาพยังมีตลาด
ปี 2568 ปริมาณจำหน่ายอยู่ที่ 8.0 พันตัน เพิ่มขึ้น 5.3% และมีมูลค่า 3,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% โดยกระแสอาหารเพื่อสุขภาพช่วยหนุนตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการ ขณะเดียวกันการขายผ่านช่องทางออนไลน์ก็ช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงมากขึ้น แต่ปี 2569 คาดว่าปริมาณจำหน่ายจะโตเพียง 1.0-2.0% เพราะราคาสินค้าค่อนข้างสูง ทำให้ผู้บริโภคที่กำลังระวังการใช้จ่ายให้ความสำคัญกับความอิ่มและความคุ้มค่ามากขึ้น
ซุปพร้อมทาน — ตลาดเล็ก โจทย์ใหญ่
ปี 2568 ปริมาณจำหน่ายอยู่ที่ 1.7 พันตัน เพิ่มขึ้น 5.9% มูลค่า 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% แต่ตลาดนี้ยังมีฐานผู้บริโภคค่อนข้างจำกัด ราคาสินค้าค่อนข้างสูง และต้องแข่งขันกับซุปปรุงสด รวมถึงอาหารพร้อมทานประเภทอื่น ปี 2569 จึงคาดว่าปริมาณจำหน่ายจะหดตัว 1.0-2.0%
ในประเทศยังโต แต่ตลาดส่งออกยังเหนื่อย
ถ้ามองออกไปนอกประเทศ ภาพยังไม่สดใสเท่าตลาดในประเทศ ปี 2568 การส่งออกอาหารพร้อมทานอยู่ที่ 232.2 พันตัน หดตัว 7.4% และมีมูลค่า 25,855 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 8.7% ปัจจัยกดดันมาจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รวมถึงความขัดแย้งและการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกระทบการค้าชายแดนและคำสั่งซื้อสินค้าไทย
ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกยังหดตัว 5.0% YoY ในเชิงปริมาณ และ 4.8% YoY ในเชิงมูลค่า วิจัยกรุงศรีคาดว่า ตลอดปี 2569 การส่งออกอาหารพร้อมทานจะหดตัว 4.0-5.0% ทั้งในเชิงปริมาณและมูลค่า
3 ปีข้างหน้า “อาหารพร้อมทาน” ยังมีพื้นที่ให้โต
แม้ปี 2569 จะเจอแรงกดดัน แต่ในช่วงปี 2570-2572 วิจัยกรุงศรีคาดว่าปริมาณการจำหน่ายอาหารพร้อมทานในประเทศจะกลับมาเติบโตเฉลี่ย 2.8-3.8% ต่อปีโดยยังมรแรงหนุนหลักยังมาจาก 4 เรื่อง ได้แก่
- ชีวิตเร่งรีบ สินค้าต้องสะดวก
- สินค้าใหม่ เจาะผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม
- ร้านสะดวกซื้อเพิ่ม ช่องทางขายเพิ่ม
- กำลังซื้อฟื้น ความมั่นใจในการจับจ่ายเพิ่ม
แต่เมื่อแยกตามผลิตภัณฑ์ อัตราการเติบโตก็แตกต่างกัน
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2.3-3.3% ต่อปี
- อาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและแช่แข็ง 3.4-4.4% ต่อปี
- ซีเรียลพร้อมทาน 2.9-3.9% ต่อปี
- ซุปพร้อมทาน หดตัว 0.4-1.4% ต่อปี
ขณะที่ตลาดส่งออก วิจัยกรุงศรีคาดว่า ปริมาณส่งออกอาหารพร้อมทานในช่วงปี 2570-2572 จะเติบโตเฉลี่ย 2.4-3.4% ต่อปี โอกาสมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองใหญ่ที่ต้องการความสะดวก การขยายตลาดไปยังประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย ศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งผลิตอาหาร และความกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหารในหลายประเทศ
เมื่อแยกตามสินค้า คาดว่า
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โต 1.6-2.6% ต่อปี
- อาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและแช่แข็ง โต 2.1-3.1% ต่อปี
- ซีเรียลพร้อมทาน โต 3.4-4.4% ต่อปี
- ซุปพร้อมทาน หดตัว 7.5-8.5% ต่อปี
โจทย์ใหม่ของอาหารพร้อมทาน ไม่ใช่แค่ “อร่อยและสะดวก”
ตลาดกำลังเจอกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกระแสรักสุขภาพและการลดบริโภคโซเดียม ผู้บริโภคบางส่วนหันไปหาอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โปรตีนสูง หรือใยอาหารสูง ทำให้ผู้ผลิตอาหารพร้อมทานแบบดั้งเดิมต้องพัฒนาสูตรและสินค้าให้ตอบโจทย์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยด้านต้นทุน ทั้งวัตถุดิบ พลังงาน บรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์ รวมถึงความผันผวนของสภาพอากาศที่อาจกระทบวัตถุดิบทางการเกษตร
ด้านกฎระเบียบก็เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะมาตรฐานด้านโภชนาการ ความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมในตลาดต่างประเทศ
ดังนั้น เกมของอาหารพร้อมทานในอีก 3 ปีข้างหน้าอาจไม่ใช่แค่ “ทำอย่างไรให้คนซื้อ”แต่เป็น “ทำอย่างไรให้คนยังอยากซื้อ ในวันที่ผู้บริโภคอยากได้ทั้งความสะดวก ความคุ้มค่า และสุขภาพ” เท่ากับว่าตลาดยังโต แต่ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวให้ทันกับโจทย์ที่เปลี่ยนไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB