เปิดใจคนหลังพวงมาลัย “รถเมล์ครีม-แดง” กับภารกิจพาคนกรุงฝ่าวิกฤติน้ำท่วม
PPTV Wealth พาไปฟังเสียงคนหลังพวงมาลัย “รถเมล์ครีมแดง” ที่ต้องขับฝ่าน้ำท่วม รับผู้โดยสารที่ยังต้องเดินทาง แม้ตัวเองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไม่ต่างกัน
ภาพ “รถเมล์ครีมแดง” ที่ยังคงวิ่งอยู่ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม กลายเป็นหนึ่งในภาพที่หลายคนคุ้นตาในช่วงที่ผ่านมา เพราะแม้ถนนหลายสายจะเต็มไปด้วยน้ำ รถเสีย และการจราจรที่ติดขัด แต่รถเมล์ยังต้องทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารที่ยังจำเป็นต้องเดินทาง
แต่เบื้องหลังรถเมล์ที่ยังคงวิ่งอยู่บนถนน คือพนักงานขับรถที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกับประชาชน พวกเขาต้องขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูง รับผู้โดยสารที่ตกค้าง และประเมินสถานการณ์ตลอดทางว่าจะสามารถขับรถผ่านจุดใดได้บ้าง โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายเพิ่มขึ้น
PPTV Wealth พาไปเปิดใจคนขับรถเมล์ 2 คน ที่อยู่หลังพวงมาลัยตั้งแต่วันแรกของเหตุการณ์น้ำท่วม กับภารกิจที่ไม่ได้มีเพียงการขับรถให้ถึงปลายทาง แต่คือการพาผู้โดยสารที่ยังตกค้างออกจากพื้นที่ และทำให้การเดินทางของคนที่ยังต้องไปทำงานเดินหน้าต่อได้
นายอาทิตย์ เทพช่วย พนักงานขับรถเมล์สาย 1-50 เส้นทางเคหะร่มเกล้า–อนุสาวรีย์ชัยฯ เล่าว่า ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 กันยายน 2569 เขาได้รับมอบหมายให้ออกปฏิบัติหน้าที่ขับรถเมล์ และเป็นรถคันแรกที่เข้าไปยังพื้นที่เคหะร่มเกล้า โดยเดินทางเข้าไปถึงประมาณ 05.00 น.
ขณะนั้นระดับน้ำในพื้นที่เริ่มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว แต่ก่อนที่จะเริ่มรับผู้โดยสาร เขาได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบก่อน เพราะมีบางคนที่นำรถส่วนตัวไปจอดไว้ด้านนอกพื้นที่ แล้วไม่สามารถเดินทางกลับเข้าไปได้
นายอาทิตย์จึงนำรถเมล์ครีม-แดง ลุยเข้าไปยังบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยพาประชาชนออกมาจนถึงจุดที่สามารถเดินเท้าต่อได้ จากนั้นจึงกลับมารับผู้โดยสารที่รออยู่ตามป้ายรถเมล์ หลายจุดมีน้ำท่วมสูงถึงระดับหัวเข่า แต่ผู้โดยสารจำนวนมากยังจำเป็นต้องเดินทางออกจากพื้นที่เพื่อไปทำงาน
นายอาทิตย์ระบุว่า ในวันแรกหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ พนักงานขับรถเมล์ทุกคันยังต้องออกให้บริการตามนโยบายขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อเข้าไปรับและส่งผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่
แม้พนักงานเองจะรู้ว่าสถานการณ์น้ำกำลังรุนแรงขึ้น เพราะที่พักอาศัยของพนักงานบางส่วนก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน แต่เมื่อเข้าไปในพื้นที่จริง กลับพบว่าประชาชนจำนวนมากยังต้องเดินทางไปทำงาน ภารกิจของคนขับรถเมล์จึงต้องเดินหน้าต่อ แม้สภาพถนนจะเปลี่ยนไปจากปกติอย่างมากก็ตาม
โดยการขับรถเมล์ในพื้นที่น้ำท่วมไม่ได้มีเพียงเรื่องของระดับน้ำ แต่ยังมีสิ่งกีดขวางที่มองเห็นได้ยาก เพราะบางส่วนอยู่ใต้น้ำ นายอาทิตย์เล่าว่า ระหว่างขับรถพบเศษยางหรือสิ่งของต่างๆ เข้าไปติดบริเวณล้อ แต่ตราบใดที่รถยังสามารถขับต่อได้ เขายังต้องพยายามเดินทางเข้าไปรับผู้โดยสารก่อน
อีกปัญหาคือการรับผู้โดยสารตามป้าย เพราะระดับน้ำสูงจนกลบฟุตบาท ทำให้คนขับไม่สามารถมองเห็นแนวฟุตบาทได้ชัดเจน ขณะที่ผู้โดยสารที่เดินเข้ามาหารถก็ไม่สามารถประเมินได้ว่าจุดนั้นมีน้ำลึกแค่ไหน บางบริเวณอาจมีระดับน้ำลึกกว่าที่คิด ซึ่งระดับน้ำสูงที่สุดที่นายอาทิตย์พบอยู่ประมาณช่วงเอวเลยทีเดียว
โดยเฉพาะบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีระดับน้ำลึก และยังพบรถยนต์ที่เสียจอดขวางเส้นทางอยู่ รถบางคันเป็นรถรุ่นใหม่ที่ระบบล็อกไว้ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ได้ รถเมล์จึงต้องค่อยๆ เปลี่ยนแนวเพื่อหลบรถที่จอดขวางทาง และต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติ
สิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างคือ “คลื่นน้ำ” จากรถเมล์ เพราะรถมีขนาดใหญ่ หากขับด้วยความเร็วสูง น้ำอาจถูกดันออกไปกระทบบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมถนน ทำให้ผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่แล้วต้องเดือดร้อนมากขึ้น
สำหรับนายอาทิตย์ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเจอสถานการณ์น้ำท่วมและขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วมมาบ้าง แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่มีระดับน้ำและผลกระทบรุนแรงเท่าครั้งนี้ โดยถือเป็นครั้งแรกที่ต้องเจอกับสถานการณ์ในระดับดังกล่าว
อีกเส้นทางก็ต้องฝ่าน้ำเพื่อรับคนที่ยังต้องเดินทาง
ขณะที่นายศรันย์ สราคำ พนักงานขับรถเมล์สาย 3-21 (207) เส้นทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง 1–มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 ก็ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันแรกเช่นกัน
โดยหลังรถออกจากท่ารถ เขายังคงขับรถไปตามเส้นทางและรับผู้โดยสารที่ตกค้างตั้งแต่บริเวณท่ารถ รวมถึงผู้โดยสารที่ยืนรออยู่ตามป้ายระหว่างทาง และยังไม่มีรถเดินทางไปทำงาน
วันแรกที่ออกให้บริการ ระดับน้ำในบางช่วงสูงประมาณครึ่งหนึ่งของล้อรถเมล์ แต่แม้จะมีน้ำท่วม ประชาชนจำนวนมากยังจำเป็นต้องเดินทางไปทำงาน เมื่อพบผู้โดยสารที่อยู่ริมทางและยังไม่มีรถ เขาจึงจอดรับและพาไปตามเส้นทางที่รถยังสามารถผ่านได้
เมื่อระดับน้ำสูงขึ้น การขับรถเมล์ขนาดใหญ่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะการเคลื่อนตัวของรถสามารถทำให้เกิดคลื่นน้ำ จึงไม่สามารถใช้ความเร็วได้เหมือนการเดินรถในสถานการณ์ปกติ การขับรถผ่านจุดเหล่านี้จึงต้องระวังไม่ให้เกิดการเฉี่ยวชน เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น นอกจากจะกระทบต่อรถเมล์และรถคันอื่นแล้ว ยังอาจทำให้ผู้โดยสารที่อยู่บนรถเดินทางไปทำงานล่าช้าออกไปอีก
นายศรันย์บอกว่า พนักงานรถเมล์เองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นเดียวกับประชาชน บางคนอาจเดินทางมาทำงานล่าช้า แต่รถเมล์ของ ขสมก. ก็ยังคงให้บริการครบทุกสายเช่นเดิม เพียงแต่สภาพการจราจรและระดับน้ำทำให้การเดินทางล่าช้ากว่าปกติ
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้โดยสารยังคงมีมาก เพราะมีประชาชนตกค้างจากปัญหาการเดินทาง และยังจำเป็นต้องใช้บริการรถเมล์เพื่อไปทำงาน บางพื้นที่ระดับน้ำสูงจนเกือบถึงบันไดขั้นบนสุดของรถเมล์ หรือเกือบถึงพื้นรถ หากลงไปเดิน ระดับน้ำอาจอยู่ประมาณเอว แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ผู้โดยสารก็ยังต้องใช้บริการรถเมล์เพื่อเดินทางต่อ
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปกติ ขสมก. ไม่มีนโยบายให้ผู้โดยสารลงรถนอกป้าย แต่ในช่วงน้ำท่วม สถานการณ์ตรงหน้าอาจทำให้ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป นายศรันย์เล่าว่า หากผู้โดยสารขอลงก่อนถึงป้าย พนักงานจะต้องพยายามหาจุดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการลงรถ แม้จุดนั้นจะอยู่นอกป้ายตามปกติก็ตาม เพราะเมื่อถนนเต็มไปด้วยน้ำ สิ่งสำคัญคือการหาจุดที่ผู้โดยสารสามารถลงและเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย
แม้รถส่วนใหญ่จะไม่ได้รับความเสียหายจากการขับผ่านน้ำ เพราะพยายามควบคุมรถให้อยู่ในระดับที่สามารถเดินทางได้ แต่หากเจอจุดที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป คนขับก็ต้องหลีกเลี่ยงและไม่ฝืนขับเข้าไป เพราะหากรถเกิดความเสียหาย ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวรถ แต่ยังหมายถึงผู้โดยสารที่อาจต้องรอรถคันใหม่ และเดินทางไปทำงานล่าช้าออกไปอีก
สถานการณ์น้ำท่วมยังส่งผลโดยตรงต่อจำนวนรอบการเดินรถ จากเดิมที่สาย 3-21 (207) สามารถวิ่งได้ประมาณ 3–4 รอบต่อวัน ปัจจุบันเหลือประมาณ 1–2 รอบต่อวัน เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินทางมากขึ้น ทั้งจากระดับน้ำและการจราจรที่ติดขัด
สำหรับนายศรันย์ เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาทำงานกับ ขสมก. ที่ต้องเจอสถานการณ์ในระดับนี้ และเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานที่ต้องรับมือกับภัยธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
สิ่งที่คนขับทำได้ คือการประเมินสถานการณ์ตรงหน้า แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และปรับวิธีการขับรถให้เข้ากับสภาพถนนที่เปลี่ยนไป เพราะในวันที่น้ำท่วมจนการเดินทางของคนทั้งเมืองสะดุด คนที่อยู่หลังพวงมาลัยรถเมล์ก็ต้องฝ่าน้ำไปพร้อมกับทุกคน เพียงแต่พวกเขายังมีหน้าที่อีกอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จ คือ พาผู้โดยสารที่อยู่บนรถเดินทางต่อไปให้ได้ และไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB