ไทย–UAE สรุปเจรจา CEPA สำเร็จ เปิดทาง FTA ฉบับแรกของไทยกับตะวันออกกลาง
ปิดดีลหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย–UAE สำเร็จ "ศุภจี" ชี้ ดันส่งออกเพิ่ม 8,100 ล้านบาท เปิดทาง FTA แรกของไทยในตะวันออกกลาง ขยายลงทุนใหม่
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สามารถสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ได้สำเร็จ นับเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ เนื่องจากจะเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับแรกของไทยกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การเจรจาความตกลงดังกล่าวดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพบหารือกับรัฐมนตรีการค้าต่างประเทศของ UAE ที่เมืองดาวอส
เพื่อหารือแนวทางการเดินหน้าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ หลังจากนั้น ทีมงานของทั้งสองฝ่ายได้ติดตามความคืบหน้าและทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสรุปผลการเจรจาได้สำเร็จ
ความตกลง CEPA จะสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยอย่างไร
ประการแรก คือการเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดใหม่ ๆ ทั้งข้าว ผลไม้ น้ำผลไม้ อาหารแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรม โดย UAE จะลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าไทยตามเงื่อนไขของความตกลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย นอกจากนี้ ยังมีโอกาสใช้ UAE เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ผลการศึกษาประเมินว่า ความตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยประมาณ 7,600–8,100 ล้านบาท และเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประมาณ 10,700–12,200 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีความตกลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการไทย
นอกจากการส่งออกแล้ว อีกประเด็นสำคัญคือโอกาสด้านการลงทุนและการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างสองประเทศ โดย UAE แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยหลายด้าน ได้แก่ พลังงาน อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นสาขาธุรกิจที่ประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพ
ทั้งสองประเทศยังสามารถนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเสริมสร้างความร่วมมือได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านพลังงานและอาหาร เนื่องจาก UAE มีความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการลงทุนด้านพลังงาน ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการเกษตรและการผลิตอาหาร จึงมีโอกาสพัฒนาให้ไทยเป็นฐานด้านพลังงานของ UAE ในเอเชีย และให้ UAE เป็นฐานกระจายสินค้าอาหารไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ตัวอย่างความร่วมมือที่สามารถต่อยอดได้ คือการร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทยและแปรรูปภายในประเทศไทย ก่อนส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างประโยชน์ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่เกษตรกร โรงงาน ผู้ประกอบการ ไปจนถึงการจ้างงาน
กระจายตลาด ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
การค้าโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดย UAE ได้เดินหน้าจัดทำความตกลงทางการค้ากับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย และมีการลงทุนตามมา หากประเทศไทยไม่เร่งสร้างความร่วมมือและเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ก็อาจสูญเสียโอกาสให้แก่ประเทศคู่แข่งได้
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายในการสร้างสมดุลทางการค้าของไทย และลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป ปัจจุบันไทยส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและจีนรวมกันประมาณหนึ่งในสามของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยทั้งสองประเทศยังคงเป็นตลาดสำคัญที่ไทยต้องรักษาและขยายการค้าต่อไป
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งมาตรการภาษี ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และปัญหาการขนส่ง ไทยจำเป็นต้องเตรียมทางเลือกด้านตลาดส่งออกให้หลากหลายมากขึ้น
การเพิ่มตลาดรองรับสินค้าไทยจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการทำธุรกิจมากขึ้น หากตลาดใดตลาดหนึ่งประสบปัญหา ก็ยังสามารถขยายการค้าไปยังตลาดอื่นได้ เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขายสินค้า แต่ยังรวมถึงการเพิ่มจำนวนตลาด พันธมิตรทางการค้า และทางเลือกทางเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB