ประเทศไทยในสายตา “คริสตาลินา” หลังจบ IMF-World Bank 2026
“คริสตาลินา” ยกไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 คว้าเหรียญทอง ‘โอลิมปิกทางการเงิน’ พร้อมมองอนาคตไทยอีก 10 ปีข้างหน้าในสายตาโลก
คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวภายหลังการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ยอดเยี่ยม และได้รับคำชื่นชมจากสมาชิกและผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน
ทั้งในด้านการต้อนรับ ความอบอุ่น และน้ำใจของคนไทย พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนชาวไทยจากใจจริง และนอกจากความประทับใจในอาหารไทยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่กอร์เกียวาระบุว่าจะอยู่ในความทรงจำไปตลอดชีวิต และจะเป็นมรดกส่งต่อรุ่นต่อๆไป
คือ ผ้าไหมไทย โดยเธอได้ตั้งใจสวมชุดผ้าไหมไทยวันละ 1 ชุดตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อแสดงความเคารพต่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมผ้าไหมไทย และแสดงความชื่นชมต่อวัฒนธรรมไทย
10 ปีข้างหน้าไทยเป็นอย่างไร?
ไทยมีศักยภาพปรับตัวรับโลกเปลี่ยนแปลง คาดหวังเศรษฐกิจเติบโตในอีก 10 ปี กอร์เกียวา ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพลวัตสูง ประชาชนมีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการพาตัวเองเข้าสู่ห่วงโซ่ของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นทิศทางในอีก 10 ปีข้างหน้า เธอคาดหวังว่าจะเห็นประเทศไทยเชื่อมโยงเข้ากับเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีผลิตภาพเพิ่มสูงขึ้น และประชาชนสามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการรับมือกับ AI และการเปลี่ยนแปลงของโลก กอร์เกียวา เน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการปรับตัว แต่การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีประชาชนและครอบครัวเป็นศูนย์กลางของการกำหนดนโยบาย
ทั้งนี้ กอร์เกียวา ระบุว่า เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในปีนี้ เอเชียมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึง 68% และประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เธอหวังว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา คือ รอยยิ้มของคนไทย ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะ “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม”
ชู 3 บทเรียนจากเวทีโลก ย้ำทุกประเทศต้องร่วมมือรับมือวิกฤต
กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์และแรงกระแทกหลายระลอก แต่ประเทศไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤตและปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ พร้อมส่งเสริมแนวคิดเรื่องความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับมือกับวิกฤต
สำหรับบทเรียนสำคัญจากการประชุมครั้งนี้ มี 3 ประการ ได้แก่
- ประการแรก ทุกประเทศต่างพึ่งพาอาศัยกัน และอยู่ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกัน โดยประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลกที่ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้
- ประการที่สอง ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและประชาชน รวมถึงมีความรับผิดชอบในการนำพาสังคมให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
- ประการที่สาม การประชุมครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่ผู้คนจดจำในฐานะการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแห่งวงการการเงิน ซึ่งประเทศไทยสามารถคว้าเหรียญทองไปครองได้ จากความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกครั้งนี้
IMF จะปรับบทบาทใกล้ชิดประชาชน ย้ำทุกนโยบายต้องตอบโจทย์คนในประเทศ
กอร์เกียวา กล่าวด้วยว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว IMF จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทขององค์กรเช่นกัน โดย IMF ในวันนี้ไม่ใช่องค์กรแบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นองค์กรที่ใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกมากขึ้น และตระหนักว่านโยบายต่าง ๆ มีเป้าหมายเพื่อรับใช้ประชาชน
ดังนั้น การให้คำแนะนำแก่รัฐบาลจึงต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กในประเทศสมาชิก ไม่ใช่มองเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจหรือภาพรวมของนโยบายเท่านั้น
การปิดฉากการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 จึงไม่เพียงเป็นบทสรุปของการประชุมระดับโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แต่ยังสะท้อนโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ทั้งการเพิ่มผลิตภาพ การปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจ AI และการสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB