วิกฤตอสังหาฯ จีน โดมิโนเศรษฐกิจโลก ไทยเสี่ยงรับแรงกระแทกแค่ไหน?
ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจจีน สิ่งที่ทั่วโลกกำลังจับตา คือวิกฤตอสังหาฯที่ยืดเยื้อมาหลายปี ซึ่งกระทบทั้งราคาบ้าน ไปจนถึงหนี้สิน การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ
วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยืดเยื้อมาหลายปี และเป็นความเสี่ยงใหญ่ที่ทั่วโลกจับตา เมื่อราคาบ้านลดลงต่อเนื่อง เดือนกันยายนลดลง 2.8% สวนทางเศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่ยังเติบโต แถมยังมีบ้านที่สร้างไม่เสร็จ บ้านมือสองล้นตลาดจำนวนมหาศาล เหมือนฟองสบู่ใกล้แตก จนอาจกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่
วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนเข้าสู่ปีที่ 4 ราคาบ้านลดลงกว่า 30% มีบ้านสร้างไม่เสร็จและบ้านมือสองค้างในตลาดจำนวนมหาศาล
ล่าสุด ราคาบ้านใหม่ในจีนเดือนกันยายนลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สวนทางเศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ที่ยังขยายตัว สะท้อนให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเติบโต แต่ด้านอสังหาริมทรัพย์ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก
ย้อนกลับไป 4 ปี ต้นตอของปัญหามาจากการที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนขยายธุรกิจด้วยเงินกู้จำนวนมาก เช่น การล้มละลายของ เอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากหนี้สินมหาศาล และล้มเป็นโดมิโนกับบริษัทอื่นๆ ตามมา
ผลที่ตามมาคือ เมื่อจีนสร้างบ้านน้อยลง ความต้องการเหล็ก ซีเมนต์ และวัตถุดิบก็มีโอกาสลดลงตาม กระทบประเทศผู้ส่งออกอย่างออสเตรเลียและบราซิล ที่ต้องพึ่งพาความต้องการวัตถุดิบจากจีนอย่างมาก หากผลกระทบลุกลามไปถึงรายได้ของธุรกิจและการจ้างงาน ก็อาจทำให้การบริโภคและการลงทุนในประเทศคู่ค้าลดลงตาม กลายเป็นแรงกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
คำถามคือ แล้วโดมิโนนี้จะมีโอกาสมาถึงประเทศไทย หรือไม่? ซึ่งมีการวิเคราะห์กันไว้ 3 ข้อด้วยกันถ้าเศรษฐกิจจีนพัง คือ
ส่งออก เพราะจีนเป็นตลาดสำคัญของไทย หากเศรษฐกิจจีนอ่อนแอลงจนความต้องการนำเข้าลดลง ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร วัตถุดิบ และสินค้าอุตสาหกรรมของไทยก็อาจได้รับผลกระทบ เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2569 ไทยส่งออกไปจีนมูลค่าหายไปเกือบ 1 ล้านล้านบาท ถ้ามีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นมูลค่าการส่งออกอาจลดลงไปอีก
การท่องเที่ยว คนจีนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศก็อาจถูกกระทบ ส่งผลต่อโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และธุรกิจบริการของไทย ทั้งที่จีนเคยมาเที่ยวไทยก่อนโควิดทะลุไปถึงกว่า 10 ล้านคน
การแข่งขันทางการค้า หากความต้องการภายในจีนอ่อนแอ แต่กำลังการผลิตยังสูง ผู้ผลิตจีนอาจเร่งส่งออกเพื่อหาตลาดเพิ่มเติม ทำให้ผู้ประกอบการไทยบางอุตสาหกรรมต้องแข่งขันด้านราคาหนักขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตา คือจีนจะสามารถฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ซื้อบ้าน กระตุ้นการบริโภค และแก้ปัญหาหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้มากน้อยเพียงใดเพราะสกัดไม่ให้ผลกระทบลูกใหญ่นี้ลามไปถึงเศรษฐกิจรวม เพราะหากถึงจุดนั้น ไทยก็เสี่ยงจะโดนหางเลขไปด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB