"สันติธาร" ชู 3 ความสำเร็จไทยบนเวที IMF-World Bank 2026
"สันติธาร" ชู 3 ความสำเร็จไทยบนเวที IMF-World Bank 2026 ชี้เป็นเจ้าภาพที่โลกรัก ผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ และหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเชื่อมั่นและอยากลงทุน
สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง แถลงข่าวสรุปผลสำเร็จการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (IMF – World Bank 2026) ว่า ทุกคนยินดีและชื่นชมความสำเร็จของประเทศไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยผู้จัดการใหญ่ IMF ระบุว่าหากเป็นการแข่งขันโอลิมปิก ประเทศไทยจะได้เหรียญทอง
สำหรับความสำเร็จแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ
2. เป็นผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ โดยเฉพาะนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โรยัล พาวิเลียน เสนอแนวพระราชดำริหลักเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 ตลอดจนการสืบสานต่อยอดในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งกรรมการผู้จัดการ IMF ได้อัญเชิญพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 ไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้นำ 190 ประเทศ และจะนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการบริหาร IMF ต่อไป
นอกจากนี้ ไทยยังเสนอ 4 โจทย์เศรษฐกิจโลก ได้แก่ การใช้ AI ขนาดเล็กช่วยผู้ประกอบการรายย่อย, การเสนอ BANGKOK BLUEPRINT รับมือภัยทางการเงินและอาชญากรรมข้ามพรมแดน, การเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวด้วยการลงนามจัดทำเมืองคาร์บอนต่ำและติดตั้งโซลาร์เซลล์อาคารภาครัฐเพื่อขายคาร์บอนเครดิต นำร่องในกรุงเทพฯ และนิคมอุตสาหกรรม และการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือในภาวะโลกแบ่งขั้ว โดยเตรียมจับมือกับสิงคโปร์ที่จะเป็นประธานอาเซียนในปีถัดไป
และ 3. เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่โลกเชื่อมั่น โดยสร้างความเข้าใจแก่นักลงทุนต่างชาติถึงนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการลงทุนในอนาคต ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารพัฒนาอิสลามที่จะเพิ่มการลงทุนในไทย รวมถึงเตรียมต่อยอดดึงดูดนักธุรกิจระดับโลกจากการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนมกราคม 2570
ขณะเดียวกัน ไทยจะนำเสียงสะท้อนจากภายนอกมาปรับปรุงการทำงานสร้างความเข้มแข็งภายใน เรามีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ GDP กลับมาเติบโตได้มากกว่า 3% ภายใน 4 ปี ยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก จากปัจจุบันอันดับที่ 26 และปูทางสู่การเป็นสมาชิก OECD ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยย้ำว่าแม้การประชุมจะจบลงแล้ว แต่ต้องนำความสำเร็จนี้กลับมาสร้างประโยชน์ต่อยอดให้แก่ประชาชนทุกคนในอีก 10 ปีข้างหน้า
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยต้องทำให้โอกาสและความร่วมมือที่เกิดขึ้นนำไปสู่ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงเดินหน้าประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้ศักยภาพและเอกลักษณ์ของไทยที่ได้รับการเผยแพร่สู่สายตานานาชาติ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการไทย และภาคบริการของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
และย้ำว่า ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาครัฐหรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากได้ ผ่านการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมสินค้าไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพย์สินทางปัญญา และเอกลักษณ์ของประเทศให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาผู้ประกอบการและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB