3 สถาบันวิจัยการเงิน คาด กนง.คงอัตราดอกเบี้ย 0.5% ตลอดปีนี้
3 สถาบันวิจัยการเงิน จึงประเมินต่อการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ครั้งนี้ คาดว่า “จะยังคงอัตราดอกบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ตลอดปี 2565” และมีโอกาสที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นได้ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566
นับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ครั้งที่ 15 ติดต่อกัน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มี.ค. คณะกรรมการ กนง. มีมติด้วยเสียงเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% พร้อมกับประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงขยายตัว 3.2% ในปี 2565 และ 4.4% ในปี 2566 รวมทั้งประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวสูงสูงขึ้นเกินกรอบเป้าหมายประมาณ 1-3% โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.9%
3 สถาบันวิจัยการเงิน กรุงศรี ไทยพาณิชย์ และกรุงไทย จึงประเมินต่อการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ครั้งนี้ คาดว่า “จะยังคงอัตราดอกบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ตลอดปี 2565” และมีโอกาสที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นได้ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566
ศูนย์วิจัยกรุงศรี มองว่า ถึงแม้จะมีแรงกดดันจากภายนอกต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย กนง. ก็ยังคงย้ำจุดยืนเดิมในด้านดอกเบี้ยนโยบาย กรุงศรีมองว่าการปรับเปลี่ยนใด ๆ จะขึ้นกับสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอันเป็นรูปธรรม
โดย กนง. ยังคงย้ำว่าความไม่แน่นอนต่าง ๆ ของปัจจัยภายนอกที่เพิ่มขึ้นนั้นยิ่งส่งผลให้การประสานกันของนโยบายและมาตรการทางการคลังที่ตรงจุดยิ่งมีความสำคัญ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อเศรษฐกิจและภาพรวมของเงินเฟ้อนั้นรวมถึงราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลก การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม กรุงศรีมีความเห็นว่า การเพิ่มคำว่า “ภาพรวมเงินเฟ้อ” ในแถลงการณ์ของ กนง. นั้น แสดงให้เห็นถึงข้อกังวลต่อความเสี่ยงทั้งด้านการเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะถัดไป แต่ในอนาคตอันใกล้เรายังคงให้น้ำหนักกับการตรึงดอกเบี้ยนโยบายต่อไป
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมิน กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 0.5% ตลอดปีนี้ 2565 เพราะเศรษฐกิจในประเทศยังเปราะบาง อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นสูงสูงสุดในรอบ 14 ปีที่ระดับ 4.9% และหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง โดย EIC คาดว่าหนี้ครัวเรือนของไทยในปี 2022 ยังมีแนวโน้มขยายตัว 3-5% ตามความต้องการสภาพคล่องของภาคครัวเรือนในช่วงที่รายได้ฟื้นตัวช้า โดยคาดว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ณ สิ้นปี 2022 จะปรับลดลงเล็กน้อยตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย โดยอาจอยู่ในช่วง 88%-90%
EIC ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2022 ลงเหลือ 2.7% (จากคาดการณ์เดิมที่ 3.2%) จากกำลังซื้อครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง ตามเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูง (กนง.ประเมินอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 4.9%) ราคาพลังงาน อาหาร ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรลดลง และชะลอการลงทุนจากเดิม ภาคการท่องเที่ยว สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยุโรปชะลอการเดินทางมา โดย EIC ปรับประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2022 ลงจาก 5.9 ล้านคนเป็น 5.7 ล้านคนรวมถึงยังมีแผลเป็นทางเศรษฐกิจ ทั้งการว่างงาน รายได้ และหนี้ครัวเรือนเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ด้านศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย (Krungthai COMPASS) ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จนกว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเท่ากับระดับก่อนโควิด-19 (Pre-Covid) จากมุมมองของ กนง. ท่ียังให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นลำดับแรก อีกท้ังอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาจากฝั่งอุปทานเป็นสำคัญ การข้ึนอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นจะยิ่งเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
นอกจากนั้น ความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็ว หาก กนง. คงอัตราดอกเบี้ย นโยบายต่อเนื่องคาดว่าจะอยู่ในระดับตำ่ จากเสถียรภาพต่างประเทศของไทยท่ียังอยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงสัดส่วนการถือครองตราสารหนี้และตราสารทุนของต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทยก็อยู่ในระดับท่ีไม่ได้สูงนัก
ประเมินว่า กนง. อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในครึ่งปีหลัง ของปี 2565
ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย (Krungthai COMPASS) ระบุว่า กนง. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุน การฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังคงมีความเปราะบาง และการฟื้นตัวยังมีความไม่เท่าเทียมกันในแต่ละภาคส่วน ซึ่งจากการประเมินของ กนง. เศรษฐกิจไทยในปี 2565 ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและยังไม่กลับมาสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 และจะกลับมาสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 2023
สอดคล้องกับมุมมองของ Krungthai COMPASS ที่คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาสู่ระดับก่อนเกิด COVID-19 ในช่วงครครึ่งหลังของปี 2023 ซึ่ง คาดว่า จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2018
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการดำเนินนโยบายของธนาคารหลัก อย่าง ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดย EIC คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในทุกรอบการประชุมที่เหลือของปีนี้ คือ อีก 6 ครั้ง และมีโอกาสสูงที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนปีนี้ เนื่องจากคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่ การประชุมของ คณะกรรมการ กนง. จะยังคงเหลืออีก 4 ครั้งในปีนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB