เงินบาทซื้อขายในกรอบ 33.20-33.80 แนวโน้มอ่อน รอประชุมเฟด 15-16 พ.ค.
ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า แต่ในกรอบจำกัดจากเงินไหลเข้าตลาดหุ้น การประชุมเฟด 15-16 พ.ค. ยังกดดัน จากแนวโน้มดอกเบี้ยขยับขึ้น
เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.46 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.19-33.80 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ในเดือนมี.ค. เงินบาทอ่อนค่าลง 1.9% แต่แข็งค่าเล็กน้อยราว 0.1% ในไตรมาส 1/65 ทางด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5%
เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรแต่แข็งค่าเทียบกับเงินเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยูโรได้แรงหนุนจากสัญญาณเชิงบวกหลังการเจรจาสันติภาพรอบล่าสุดระหว่างรัสเซียกับยูเครน
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทเทียบกดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่เงินเยนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 6 ปีครั้งใหม่ท่ามกลางทิศทางการดำเนินนโยบายที่แตกต่างกันมากขึ้นระหว่างธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) โดยบีโอเจประกาศเข้าแทรกแซงตลาดบอนด์เพื่อรักษาเพดานและสกัดการพุ่งขึ้นของยิลด์พันธบัตรญี่ปุ่น
หอการค้าไทย วอนรัฐเร่งเปิดประเทศ-ต่อคนละครึ่งเฟส 5
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 10,563 ล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 294 ล้านบาท โดยมีตราสารที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติครบอายุ 4,258 ล้านบาท
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรีคาดว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับการเปิดเผยรายงานจากการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 15-16 มีนาคม ซึ่งเฟดเริ่มต้นวัฏจักรการปรับขึ้นดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ หลังยิลด์ระยะ 2 ปีสูงเกินยิลด์ระยะ 10 ปี ข้อมูลค่าจ้างเดือนมีนาคมสูงเกินคาด ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดซึ่งจะชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาว
ส่วนสถานการณ์การสู้รบในยูเครนและการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย รวมถึงการแพร่ระบาดในจีนอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนได้เช่นกัน
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมีนาคม ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ทางด้านกนง. คงดอกเบี้ยด้วยเสียงเอกฉันท์เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยธปท. ให้ความเห็นว่าดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างมีผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งแม้จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ดูแลเงินเฟ้อได้
แต่กนง. ยังไม่ต้องการนำมาใช้ในเวลานี้ โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นเกิน 5% ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ก่อนที่จะลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 2566 โดยผู้ดำเนินนโยบายจะติดตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อต่อไป
พาณิชย์เบรก“ซอสปรุงรส-ผงซักฟอก”ขึ้นราคา เตรียมเรียกผู้ผลิตหารือ
ท่าทีดังกล่าวสนับสนุนมุมมองหลักของกรุงศรีที่ว่ากนง. จะตรึงดอกเบี้ยไว้ตลอดปีนี้ท่ามกลางการฟื้นตัวที่เปราะบางของอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ดี หากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด การตัดสินใจด้านนโยบายจะเผชิญความท้าทายมากยิ่งขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB